วันที่ 4 : ก่อนเดินทางไปแพร่ รรินพาเพื่อนร่วมทาง ไปอ.แม่ริม เที่ยวชม วัดป่าดาราภิรมย์ วัดนี้ตั้งขึ้นตามพระนามของเจ้าดารารัศมี พระราชชายา และได้เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ พระตำหนักดาราภิรมย์ ซึ่งอยู่ใกล้กัน
ครั้งนี้ ที่พระตำหนักมีไกด์พาเดินชมห้อง และเล่าเรื่องราว ประวัติต่างๆ
พระตำหนักดาราภิรมย์ สร้างเมื่อ พระราชายาเจ้าดารารัศมี ทรงย้ายกลับมาประทับที่เชียงใหม่ ตอนนี้อยู่ในความดูแลของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ก่อนออกจากเชียงใหม่ เราแวะ กิน ร้านก๋วยเตี๋ยวแม่มะลิ สาขาคลองชลประทาน ตามคำแนะนำขอเพื่อนพอลซึ่งเป็นทางผ่านก่อนออกจากเชียงใหม่
เดินทางจากเชียงใหม่ ถึง แพร่ ราวๆ 3 ชั่วโมง เข้าพักที่ Hug Inn Phrae โรงแรมใหม่ มีเพียง 12 ห้อง ราคา 1,100 บาท / คืน รวมอาหารเช้า เราอยู่ที่นี่ 2 คืน
วันที่ 5 : ออกเดินทางจาก แพร่ ประมาณ 8 โมงเช้า เพื่อนพอล หนุ่มแพร่ จะขับรถพาเราไปเที่ยวน่าน แบบ One Day Trip แล้วตกกลางคืนเราจะกลับมานอนที่ Hug Inn Phare เหมือนเดิม
เริ่มจาก ขับรถขึ้นอุทยานแห่งชาติขุนสถาน ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,380 เมตร ความสูงบนระดับนี้เป็นระดับเดียวกับก้อนเมฆ ที่เราเห็นอยู่ลิบๆตอนขับรถขึ้นเขา
ต่อจากนั้นเราก็ลงเขาเข้าเมือง มากินกลางวันกันที่ร้านเตี๋ยวไร้เทียมทาน ก่อนไป กราบพระ ชมภาพ กระซิบ ของปู่ม่านย่าม่าน ที่วัดภูมินทร์ และ นมัสการพระธาตุแช่แห้ง พระธาตุประจำวันเกิดปีกระต่าย ก่อนปักหมุด ปลายทางถัดไป อ.ปัว
ระหว่าง ทางไป อ.ปัว เราแวะ หอศิลป์ริมน่าน ชมภาพฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพฯชื่อภาพ “ตะโกน” ที่เขียนล้อเลียนภาพกระซิบ เป็นภาพบุรุษตะโกนใส่สตรีผู้หนึ่ง พระองค์ให้เหตุผลว่า “ต้องตะโกนกัน เพราะกระซิบไม่ได้ยินแล้ว อายุมากแล้ว”
เดินทางต่อ ไป วัดภูเก็ต อ.ปัว เป็นวัดที่มีวิวสวยงาม ติดกับทุ่งนากว้าง ถ้ามาตอนเช้าที่นี่จะเป็นจุดดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม
เราแวะกินอาหารค่ำ แถวนี้ก่อนกลับ พอลพามา แต่รรินจำชื่อร้านไม่ได้ เป็นร้านที่ขายไข่เจียวยักษ์ หนาๆฟูๆ อร่อยเชียว แล้วเราก็ขับรถกลับยาวจาก อ.ปัว ถึงที่พักเมืองแพร่ สามทุ่มครึ่ง
วันที่ 6 : วันนี้อยู่แพร่ทั้งวัน แต่ต้องย้ายที่พัก เพราะ ที่เดิมเต็มพอ check out
เราก็ตรงไปกราบพระธาตุช่อแฮ่ แล้วแวะร้านกาแฟ Api ตอนขากลับ แล้วไป ต. ทุ่งโฮ้ง ถนนที่มีร้านขายผ่าหม้อห่อม เสื้อผ้าพื้นเมือง ได้มาหลายตัว ราคาไม่แพง
ต่อด้วยไปร้านคุณหมอ แววสิริ ทรีตเม้นหน้า มาเจอะเจอกันตามภาษาคนรู้จัก
ตอนค่ำกินก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ และ มะม่วงปั่น ร้านแถวประตูชัย พอลพาไปเดินถนนคนเดิน “กาดกองเก่า” และ “กาดพระนอน” ซึ่ง อยู่ติดกัน มีเฉพาะวันเสาร์ พอลพาเดินลัดเลาะไปซึ่งไม่ไกลจากแถวประตูชัยมากนัก
คืนนี้พักที่เฮือนนานา ราคาที่พัก ประมาณ 1,400 บาท รวมอาหารเช้า รวมๆก็ดี ตามมาตราฐานโรงแรมทั่วไป แต่ว่า ผ้าขนหนูที่มีบริการในห้องพัก สีคล้ำมาก จนออกเป็นสีเทาอ่อนๆ ไม่น่าใช้ ถึงห้องจะใหญ่กว่าที่พักเดิม แต่ห้องโดยรวมไม่ใหม่เท่าไหร่
วันที่ 7 ก่อนออกจากแพร่ แวะกิน ข้าวซอยเมืองแพร่ ตามคำแนะนำของพอล หนุ่มเจ้าถิ่นสักหน่อย เราตรงไปร้านข้าวซอยเจ๊เล็ก ตรงประตูชัย แห่งวบรวมของกินเมืองนี้ ข้าวซอยที่นี่ชามไม่ใหญ่ รสกลมกล่อม
ต่อจากนั้นเราออกเดินทาง สู่สุโขทัย เส้นทางที่เรามาสุโขทัย ไม่ผ่านศรีสัชนาลัย เพราะทำถนน เราลงจากแพร่ มาอุตรดิตถ์ เข้าพิษณุโลก แล้วตัดเส้นทางผ่านเขื่อนนเรศวร เข้าสุโขทัย ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงนิดๆ
เราตรงมายังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นที่แรก บริเวณด้านในห้ามนำรถเข้า ใช้จักรยาน หรือ เช่ารถไฟฟ้า เราเช่ารถไฟฟ้าที่มีคนขับพาเข้า นอกจากเราจะเสียค่าตั๋วคนละ 20 เราต้องเสียค่าเข้าของรถไฟฟ้า คนขับรถ และ ค่าชั่วโมงคนขับ อีก 300 บาท ทางเลือกนี้ถือว่าแพงมาก เพราะเขาแค่ขับรถพาเราชม 1 ชั่วโมง ถ้าครั้งหน้าเราคงเลือกขี่จักรยาน เราลงชม วัดมหาธาตุ วัดตระพังสอ และ อนุเสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง นอกนั้นเราให้คุณป้าขับรถชมเมือง
กลางคืนเรามาชมวัดตระพังทอง และให้อาหารปลา บริเวณสระน้ำรอบวัด
คืนนี้พักที่ โรงแรมเดอ พีล สุโขทัย จะว่าเป็นโรงแรมก็ไม่น่าใช่เพราะเอา ตึกแถว มาทำที่พัก มีประมาณ 12 ห้อง ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ ต้องโทรเข้าไปตามเบอร์โทรศัพท์ที่ติดไว้หน้าประตู จอดรถหน้าห้องแถวข้างๆ แต่ห้องพักสะอาด และตกแต่งดี ราคา 550 บาท/ คืน ไม่มีอาหารเช้า
วันที่ 8 วันสุดท้ายละ เราไปเที่ยว วัดสะพานหิน ซึ่งต้องขับรถไกลออกจากอุทยานประวัติศาสตร์ ประมาณ 4-5 กม. ทางไปจังหวัดตาก เมื่อวานเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แนะนำให้เรามาดูพระอาทิตย์ตกที่นี่
วัดนี้ อยู่บนเนินเขาสูง ประมาณ 200 เมตร เราต้องเดินขึ้นบันไดหิน ไปถึงวัดด้านบน วันที่เราไปนี้ มีครอบครัวชาวญี่ปุ่นมาทำบุญให้กับลูกสาว ซึ่งเคยมีคดีเกิดขึ้นที่นี่เมื่อหลายปีก่อน
เราไปต่อที่ วัดศรีชุม วัดที่ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองเดิม เป็นวัดที่พระนเรศวร ชุมนุมทัพที่วัดนี้ก่อนไปตีเมืองเชลียง
นี่เป็นครั้งแรกของ รริน ที่ได้มาเยือนจังหวัดสุโขทัย เป็นความรู้สึกที่ดีมาก ภูมิใจในความเป็นชาติไทย ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีวัฒนธรรมตกทอดมาถึงลูกหลานจนปัจจุบัน
เราออกจากสุโขทัยประมาณเที่ยง และย้อนทางเดิม เข้าจังหวัดพิษณุโลก เพื่อสักการะ พระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ก่อนเดินทางสู่กรุงเทพฯ เมืองที่ตอนนี้มีปัญหาเรื่องฝุ่น 2.5 PM
ระยะทาง 2453 กิโลเมตร ขับกัน 3 คน ทริปนี้ได้บรรลุจุดประสงค์ ทำหลายอย่างที่ตั้งใจ ครั้งหน้าถ้าทุกอย่างลงตัว ก็จะขับรถตะเวนพบเพื่อน ไหว้พระ เที่ยวชมสถานที่ประวัติศาสตร์แบบนี้อีกแน่นอน
ขอบคุณเพื่อนร่วมทาง ขอบคุณทุกคนที่เจอะเจอ ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่คุ้มครอง ตลอดทริป #สตรีศรีรัตรโกสินทร์แอ่วเหนือ ในครั้งนี้ :) :)
Rrin Rrin #สตรีศรีรัตนโกสินทร์
FB: Rrin Rrin IG : rrinrrinlee
|