6 ตุลาคม 2560
Day 6 : Fez - Volubills - Meknes - Rabat
และแล้วรรินก็ป่วย ตื่นเช้ามาอาการรุมๆ ตัวร้อนหน่อยๆ ปวดหัวนิดๆ แต่ไม่กล้ากินยาอีกซอง เพราะเกรงว่าเดี๋ยวจะหลับและไม่ได้เที่ยว วันนี้เลยมีรูปน้อย ในช่วงเช้าจะเป็นประมาณ ลงรถเดินดูสถานที่แล้วรีบกลับขึ้นรถ
>>>>>>>>>>
Volubilis (โวลูบิลิส) อยู่ระหว่างเมือง Fez และ Meknes นั่งรถ 1 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทาง 77 กิโลเมตรจากเมือง Fez .. เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของ Mauretania และเป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งของจักรวรรดิ์โรมันโบราณ (Ancient Roman City of Volubilis) ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ และองค์การยูเนสโก้ได้จดทะเบียนเมืองโรมันโบราณนี้เป็นมรดกโลกในปี 1997
เดินทางอีก 40 นาที ระยะทาง 32 กิโลเมตรต่อมายังเมืองเมคเนส Meknes เมืองหลวงสมัยสุลต่านราชวงศ์ Almoravids ในปี 1672 - 1727 ... Meknes เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมไสคล์ Spanish-Moorish ที่มีความผสมผสานระหว่าง ยุโรป กับ อิสลาม
ในย่านเมืองเก่า/หรือย่านเมดินาของเมืองเมคเนสได้จดทะเบียนเป็น UNESCO World Heritage Site ในปี 1996 .. มีประตูเมืองบับมันซู (Bab Mansour) ที่มีกำแพงเมืองยาวกว่า 40 กิโลเมตร สร้างขึ้นโดย Sultan Moulay Ismail กลางศตวรรษที่ 17 มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมากมายภายในกำแพงเมืองของย่านเมดิน่าแห่งนี้
นั่งรถอีก 2 ชั่วโมง 152 กิโลเมตรมาถึง ราบัต (Rabat) เป็นเมืองหลวงของประเทศโมร็อคโคตั้งแต่ปี 1912 เมื่อฝรั่งเศสเข้าปกครองโมร็อคโคแล้วย้ายเมืองหลวงจาก Fez มาที่ Rabat
ต่อมาปี 1955 เมื่อโมร็อคโคได้เอกราชแล้ว พระเจ้า Mohamed V ก็ยังคงเลือกราบัตเป็นเมืองหลวงของประเทศโมร็อคโค เมืองนี้มีประวัติอันยาวนานก่อนยุคโรมัน ราบัตเป็นเมืองชายทะเล ตั้งอยู่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ปากแม่น้ำ Bou Regreg มีชายฝั่งแม่น้ำหันไปทางเมือง Sale’ จึงมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม
ป.ล. วันนี้รูปช่วงเช้าจะน้อย และไม่มีรูปตัวเอง เพราะมีความป่วยมาเยือน
ถ้าเปรียบเทียบกับโปรแกรมทัวร์ ไกด์ไม่ได้พาเราเที่ยวเมดิน่าของเมืองเมคเนส แต่พาเราไปเที่ยวราบัตในช่วงบ่ายของวันนี้ซึ่งเป็นโปรแกรมของวันพรุ่งนี้ช่วงเช้า
ป้อมอูไดยา (Kasbah of the Udaya) และกำแพงเมืองริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ที่นี่เป็นที่แรกที่ไกด์พาเรามาสัมผัสเมืองราบัต - ซึ่งเป็น a ‘UNESCO World Heritage Site’ ปี 2006 ด้าน Culture - ภายในกำแพงเมืองซึ่งเป็นย่านเมดิน่า
เราจะเห็นได้ว่า 4 เมือง empire ของโมร็อคโคจะมีชุมชนเมืองเก่าหรือเมดิน่าที่ยังคงรูปแบบวิถีชีวิตเดิมของคนท้องถิ่น บ้านเรือนออกแบบมาอย่างแออัด เป็นทางเดินแคบๆ คดเคี้ยว ล้อมด้วยกำแพงหนาสูง และมีประตูเมืองที่ตกแต่งอย่างสวยงาม
เมดิน่าในกำแพงเมืองป้อมอูไดยานี้ บ้านเรือนเป็นสีขาว-ฟ้า พราะเป็นความเชื่อที่ว่าสิ่งไม่ดีจะไม่เข้ามาในบ้าน การทาสีฟ้ามีลักษณะเหมือนการระบายสีน้ำป้ายบนกำแพงบ้าน ประตู และหน้าต่างของแต่ละบ้าน แสดงความเป็นเอกลักษณ์ มีความแตกต่าง ไม่ซ้ำ เหมือนงานศิลปะ งามตา น่าชม .. ในส่วนของเมดิน่า จะมีร้านคาเฟ่ติดกับทะเลแอตแลนติก เราสามารถสั่งเครื่องดื่มและนั่งชิวมองทะเล ดูนักโต้คลื่น ชมเมือง Sale เมืองเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามชายฝั่งในราคาไม่แพง
กษัตริย์ที่มึความสำคัญต่อประเทศโมร็อคโคพระองค์หนึ่ง คือ พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 5 ทรงเป็นผู้กอบกู้เอกราชจากฝรั่งเศส พระองค์สวรรคตระหว่างผ่าตัดในปี 1961 และกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 ปกครองประเทศต่อจากพระราชบิดา รัฐบาลจึงสร้างสุสาน Mousoleum of Mohammed V ให้พระองค์ในใจกลางเมืองบริเวณที่ตั้งของ Hussan Mosque ซึ่งมีอายุนับพันปี และอยู่ตรงข้าม Hassan Tower
สุสานพระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 5 (Mousoleum of Mohammed V) ตึกสีขาว แกะปูนเป็นลวดลายหลังคาเป็นกระเบื้องสีเขียว ลักษณะเป็นโดมแหลมขนาดใหญ่ ประดับด้วยทองและกระจกสี สามารถเรียกได้ว่าเป็นงานชิ้นเอกของ Modern Alaouite Dynasty ด้านในมีระเบียงโดยรอบเพื่อให้คนเข้ายืนเคารพพระศพและชื่นชมสถาปัตยกรรม สุสานนี้บรรจุพระศพของพระเจ้า Mohamed V และลูกชายของพระองค์ คือ King Hassan II และ Prince Abdallah รอบๆ ตึกมีทหารดูแลรักษาการณ์ตลอดเวลา
Hassan Tower of Rabat สร้างปี 1195 โดย Moulay Yacoup ผู้ตั้งใจสร้างหอฮัสซันให้สูงกว่าที่ใดในโลก โดยมีความกว้างด้านละ 16 เมตร และสูง 180 เมตร แต่ท้ายสุดสร้างไม่สำเร็จ พระองค์สวรรคตในขณะที่สร้างหอสูงเพียง 44 เมตร หอนั้นถูกทิ้งไว้เพียงเท่านั้น จนถึงปี 1755 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ขณะนี้จึงเหลือเพียงเสา 365 ต้น และหอยักษ์ให้เราชมกันในปัจจุบัน
Royal Palace of Rabat พระราชวังของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน และยังคงพักอาศัยอยู่ไม่ไกลบริเวณนี้ซึ่งเป็นใจกลางเมือง ทุกวันศุกร์ตอนเที่ยงพระองค์จะทรงม้าออกจากพระราชวังมาประกอบศาสนกิจที่มัสยิดหลวงใกล้พระราชวัง
คืนนี้เราพักที่ Le Rive Hotel Avenue d’alger, 1 rue tindouj, quartier hassan, Hassan, 11000 Rabat, Morocco ..
เป็นโรงแรมที่แย่ที่สุดของทริปนี้ โรงแรมเก่า แอร์ไม่เย็น ไวไฟไม่มีในห้องพัก และ เสียงดังยามค่ำคืน เพราะอยู่ใกล้กับสถานที่เที่ยว
Rrin Rrin
FB: Rrin Rrin IG: rrinrrinlee
|