Search      
 
  Places i Go  

  P52: Morocco Day 3 : Ouarzazate - Tineghir - Merzouga  
     
 
   

3 ตุลาคม 2560
Day 3 : Ouarzazate - Tineghir - Merzouga

ใครที่ชื่นชอบการแต่งตัว จัดเต็มได้เลยนะคะ เพราะวันนี้เราจะเดินทางเข้าสู่เขตทะเลทรายซาฮาร่า ถ้าไม่มีพร๊อพแต่งตัวก็ไม่ต้องกังวล เพราะเราแวะซื้อตามร้านค้าที่เป็นจุดจอดรถระหว่างทาง หรือร้านข้างทางระหว่างเราเดินเที่ยวที่หุบเขาดาเดส Dades Gorge การซื้อของที่นี่ยังเป็นระบบต่อรอง ก็ต่อกันมาครึ่งต่อครึ่งได้เลยตามความสบายใจ เค้าอยากขายเค้าก็ขาย เท่านั้นเอง ...

เช้าวันนี้เราออกจาก Hanane Club Hotel เมือง Ouazazate โรงแรมนี้เป็นสไตล์ที่พักตากอากาศ อยู่ใจกลางเมือง สระว่ายน้ำใหญ่อยู่ข้างห้องอาหารของโรงแรม มีบริการสปา และ Night club ด้วย เรียกว่าครบครัน 
ส่วนของบริเวณ Reception จะอยู่ชั้นบน ตกแต่งห้องสไตล์ Morocco ให้แขกที่มาพักมีมุมถ่ายรูป

   

เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ของกองกำลังทหารของฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1928 และเป็นเมืองที่มีอีกชื่อว่า ประตูสู่ทะเลทราย The Door of Desert .. รถพาเรามาที่ ป้อมทาเริท “Kasbah Tourirt” ป้อมแห่งตระกูล Glawa (The Glaoua) รถจอดให้เราชมป้อมด้านนอก ถ่ายรูป แล้วไปต่อโดยไม่แวะเข้าด้านในดูความยิ่งใหญ่อลังการของพระราชวังผู้ปกครงเมือง Marrakech ของตระกูล Glaoua

นั่งรถอีก 2 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทาง 168 กิโลเมตร มาถึงเมือง ทินเฮียร์ (Tineghir) เมืองแห่งโอเอซิส (Oases) - ท่ามกลางทะเลทรายก็มีแหล่งน้ำและต้นไม้ ซึ่งเราเรียกว่า โอเอซิส ต้นไม้ที่ขึ้นในโอเอซิสจะเป็นต้นปาล์ม หรืออินทผลัม ต้นมะกอก ต้นแอปริคอต ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ทนความแห้งแล้งได้ดี .. รถพาเราเข้าสู่เขต Todra Gorge เทือกเขาหินที่เป็นหุบเขา มีลำน้ำไหลผ่าน เป็นส่วนหนึ่งของ High Atlas Mountain ทางทิศตะวันออก

   

   

   

   

เรารับประทานอาหารกลางวันในร้านอาหารของโรงแรม HOTEL KASBAH LAMRANI ตกแต่งสวยงามในสไตล์โมรอคโค แต่อาหารที่กินก็ไม่พ้น ขนมปัง ผักดอง และทาจีนไก่ ...

ช่วงบ่าย เดินชมหุบเขาดาเดส Dades Gorge แนวเขาธรรมชาติที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม เป็นผาหินสูงรูปร่างต่างๆ หุบเขาดาเดสอยู่ตามแนวแม่น้ำดาเดส ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีต้นกำเนิดแหล่งน้ำใน High Atlas ของ Atlas Mountaion ระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร กว่าจะถึงจุดที่แม่น้ำดาเดสพบกับทะเลทรายซาฮาร่า

เราเดินชมหุบเขาจากด้านนึงมาอีกด้านนึง ข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านค้าริมทาง นี่แหละถ้าใครอยากใส่ชุดให้เข้ากับบรรยากาศทะเลทราย ซึ่งได้ ณ ที่นี่ เพราะต่อจากนี้เรากำลังจะนั่งรถต่อไปเมือง Merzouga หนึ่งในสองหมู่บ้านที่สามารถเข้าไปยังทะเลทรายซาฮาร่า เรานั่งรถต่อจากนี้อีก 2 ชั่วโมง 45 นาที 200 กิโลเมตร ก็จะถึงละ

พอมาถึงเมือง Merzouga รถแวะร้านกาแฟพื้นเมืองก่อนพาเราเปลี่ยนพาหนะ นั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 wd ตะลุยเข้าไปในเส้นทางทะเลทรายซาฮาร่า คืนนี้เราจะนอนกันที่โรงแรมกลางทะเลทราย รถ 4 wd ไม่น่ากลัวอย่างที่นึกภาพไว้ ภาพในหัวตอนแรกคิดว่าเป็นรถ 4 wd แบบไม่มีหลังคา แล่นกลางทะเลทรายแบบฝุ่นตลบกระจาย .... รถแล่นไปท่ามกลางทะเลทราย เราจะเห็นแต่สีน้ำตาลของทะเลทรายกับสีฟ้าของท้องฟ้า และไปบรรจบกันสุดลูกหูลูกตา ตามทางเราจะเห็นคนขี่อูฐเป็นขบวนอยู่บนเนินทะเลทราย และมีเงาทอดลงมา เหมือนในรูปที่เราเห็นตามโปสเตอร์หรือในหนังสือ ในใจคิด โห.... นี่เรามาถึงทะเลทรายซาฮาร่า ละนะ “Nice to See you, Sahara”

รถก็ขับผ่านที่พักในทะเลทรายหลายที่ จนมาส่งเราที่ที่เราต้องพักในคืนนี้กลางทะเลทรายซาฮาร่าแห่งนี้ ... เอออ... มีอึ้ง.. แบบไม่เล็ก....และออกจะงงงง...เอิ่มมมมมมมมมมมม ที่พักเราเป็นกระโจมมมมมมมมมมมมมมม ที่ดูแย่กว่าที่พักที่เราขับรถผ่านมาทั้งหมด อ่า.... เกิดไรขึ้น...

ลูกทัวร์กลุ่มคุณป้าที่ศึกษาการมาเที่ยวก่อนออกเดินทางบอกว่า ที่พักที่เขาเห็น คือเป็นกระโจมก็จริง แต่เป็นห้อง Private นอนห้องละ 2 คน และมีห้องน้ำในตัว ... แต่สิ่งที่เราเจอคือ กระโจมใหญ่หลายๆ กระโจมที่แต่ละกระโจมมีที่นอนกว่า 10 ที่ ในห้องไม่มีไฟ... ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม มี 2 ห้องด้านนอก และไม่มีห้องอาบน้ำ .... ไกด์ไทยที่พาเรามาก็อึ้งเช่นกัน แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีสัญญาณไวไฟใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนไกด์ท้องถิ่น เรด้า คงรู้ปฎิกิริยาของลูกทัวร์ และไม่พูดเหตุผลใดๆ แต่พูดว่า  “คืนนี้จะเป็นคืนพิเศษที่น่าจดจำของพวกคุณ ที่ได้พักกลางทะเลทรายซาฮาร่า....”  เอิ่มมมมม คือรัยค้าาาาาาา... และ ทางทัวร์จะให้เตรียมเสื้อผ้ามาพักหนึ่งคืนในทะเลทรายทำไม ทั้งๆ ที่ไม่มีที่อาบน้ำ ไกด์ไทยบอกว่า ครั้งที่แล้วไม่ได้มาพักที่นี่ สงสารผู้ใหญ่แต่ละท่านมาก เพราะไม่มีใครคาดหวังว่าจะมาเข้าแคมป์กลางทะเลทรายแบบนี้ แต่ทุกคนน่ารักมาก ถึงจะมีอาการเลิ่กลั่ก แต่ก็ไม่ทำให้เสียบรรยากาศการมาเที่ยว หรือโวยวายแรงๆ ให้มากเรื่อง ก็อยู่กันไปแบบขำๆ

ตามโปรแกรม เราต้องเข้าพักที่  Ksar Bicha Hotel , MerZouga , Morocco

ที่พักที่เราพักไม่มีป้ายชื่อสถานที่ กลับมาถึงไทยลอง Google ที่พักก็ไม่ใช่หน้าตานี้ เกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น จนบัดนี้ก็ไม่ได้ไปตามล่าหาความจริง แต่เป็น Memorable experience in Sahara อย่างที่ Local Guide ได้กล่าวไว้จริงๆ

พอมาถึงที่พัก เจ้าหน้าที่ของที่พักต้อนรับเราด้วย Mint Tea - Welcome Drink แบบ Morocco ลานทะเลทรายตรงกลางที่ล้อมไปด้วยกระโจมที่พัก ถูกจัดให้เป็น Common Area คือ เป็นทั้งที่ต้อนรับ รับประทานอาหาร และปาร์ตี้

เรื่องที่พัก ต้องดูบรรยากาศตามรูปประกอบจะเข้าใจ... ว่ามีความไม่ปลอดภัยเช่นไร

   

   

เมื่อเราเก็บสิ่งของเข้ากระโจม และอยู่ในช่วงระหว่างทำใจ เรด้า ก็เรียกให้เรารีบเดินขึ้นไปยอดเนินทะเลทรายเพื่อดูพระอาทิตย์ตกริมขอบฟ้า.... มันช่างเป็นวินาทีที่สวยงามมากจริงๆ ทะเลทราย พระอาทิตย์ และท้องฟ้า

หลังจากที่พระอาทิตย์ตกไม่นาน บริเวณนั้นก็เริ่มมืด เรากลับมายัง Common Area ของที่พัก เพื่อรับประทานอาหารค่ำ...เราเพิ่งเห็นว่าไม่ใช่เราแค่คณะเดียวที่พักที่นี่คืนนี้ มีนักท่องเที่ยวอารมณ์ BackPacker ที่มากันเป็นคู่ๆ อีกกลุ่มนึงด้วย มีกัน 6 คน เจ้าหน้าที่ของที่พัก เป็นเด็กหนุ่มท้องถิ่น หน้าตาสดใส ยิ้มแย้ม เดินเสิร์ฟอาหาร พร้อมเรียกพวกเราร่วมกันร้องเพลง ปาร์ตี้กลางกองไฟ .... พวกเด็กๆ จะรู้หรือไม่ว่า เราไม่มีอารมณ์อยากจะสนุกเลย ท่ามกลางฟ้ามืด ไฟหรี่ๆ อากาศเริ่มหนาว นี่มันบรรยากาศเข้าค่ายกลางทะเลทรายชัดๆ ไม่มีใครพกไฟฉายมา ต้องใช้ไฟจากมือถือส่องสว่างระหว่างเดิน ดีนะที่รรินเอา Power Bank ติดไปด้วย และไฟจากการชาร์จโทรศัพท์มือถือนั่นแหละเป็นเพื่อนนอนคืนนั้น ... สิ่งที่กลัวมากก็คือ จะมีสัตว์เข้ามาตามผ้าห่ม เพราะเรามองไม่เห็นอะไรเลยบริเวณนั้น และประตูกระโจมที่พัก ก็เป็นแค่ผ้าหนาๆ เปิดเข้าออก... เป็นคืนที่มีความ Secure ต่ำมาก คืนหนึ่ง...

การนัดหมายคือ เราจะต้องตื่นตี 4 เพื่อขี่อูฐไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเราก็ตั้งปลุกจากโทรศัพท์มือถือเป็นที่เรียบร้อย แต่..... ที่นี่ ถึงกลางทะเลทราย อยู่ในกระโจม มีแค่ไฟหรี่บริเวณทางเดิน ก็มีบริการ Morning Call น้าาา รรินถูกปลุกให้ตื่นโดยการที่เจ้าหน้าที่เดินเข้ามาในกระโจม และพูดด้วยเสียงอันแผ่วๆ ว่า “เลต โกววววว เลต โกวววววว” เสียงนั้นมันเข้าไปในภวังค์ ความฝัน ก่อนจะมีสติ รู้สึกตัวว่ามีคนพูดอยู่บนหัวเรา ..... บอกเลย สยองมาก...

>>>>>>>>>>

เราตื่นขึ้นมาเก็บของทุกสิ่งอย่าง ออกจากกระโจมมาที่บริเวณห้องน้ำเพื่อแปรงฟัน โดยใช้น้ำขวดที่เราติดตัวมา ... ซักแห้งกันไปคะ ... คืนนี้สัมผัสอากาศหนาวเต็มๆ เสื้อหนาวที่ขนมา ได้ใช้ก็วันนี้วันเดียว :)

   

   

   

>>>>>>>>>>

ฟ้ายังไม่สร่าง .... ขบวนอูฐคุกเข่าหมอบเรียงแถวรอเราอยู่ด้านหน้าทางเข้าที่พัก อูฐแต่ละตัวจะถูกคล้องด้วยกันเป็นลำดับเรียงแถวตอนลึก มิน่าละ ทำไมถึงเดินเป็นแถวมีระเบียบสวยงาม .. คนดูแลอูฐ จะพิจารณาจับคู่ว่าเราควรคู่กับอูฐตัวไหน เพราะอูฐแต่ละตัวนิสัยไม่เหมือนกัน อายุไม่เท่ากัน

คุณนายแม่ถูกเรียกตัวไปก่อน แม่ได้ขี่อูฐตัวรองสุดท้าย ตอนที่แม่ขึ้นอูฐ รรินเป็นห่วงนิดหน่อย เพราะการขึ้นอูฐออกจะหวาดเสียว จากที่มันอยู่ท่าคุกเข่าหมอบเมื่อเราขึ้นนั่งที่โหนก หลังจากนั้นมันจะโน้มตัวโยกไปด้านหน้าก่อน แล้วยันขาหลังเพื่อยืนขึ้น ดังนั้นเราก็จะถูกเหวี่ยงไปด้านหน้า จากนั้นสองขาหน้าจะยืนตาม เราก็จะถูกสบัดมาด้านหลัง โมเม้นท์นี้ต้องเกาะที่เกาะดีๆ นะคะ มิฉะนั้นอาจตกอูฐได้....

หลังอูฐมีลักษณะนูนๆ จะเรียกโหนก บางคนเรียกหนอก เป็นที่เก็บไขมันซึ่งจะถูกดึงออกมาใช้เมื่อไม่มีอาหาร ถ้าเปรียบกับคน อวัยวะส่วนนี้น่าจะคือ พุง นั่นเอง.. อันนี้คิดเองนะ :) .. อูฐในแถบแอฟริกาหนือจะมีโหนกเดียว ส่วนอูฐในแถบเอเชียมีสองโหนก

รรินได้นั่งตัวที่อยู่กลางๆ เป็นอูฐเด็กซึ่งมีความขี้เล่นกับเพื่อนอูฐตัวหน้าพยายามเดินขึ้นเคียงคู่ ทำให้คุณป้าที่นั่งอยู่ถูกอูฐเด็กตัวหลังเอาหน้าไซร้ขาตลอด คณะเราเดินทางเป็นดั่งกองคาราวาน โดยมีคนดูแลอูฐดึงเชือกเดินลากนำอยู่ด้านหน้า เป้าหมายของเราคือ เดินทางไปดูพระอาทิตย์ขึ้นอีกมุมหนึ่งของทะเลทรายซาฮาร่า บอกเลยเป็นโมเม้นท์ที่ดีมาก บรรยากาศคือ นั่งอยู่บนหลังอูฐ มองพระอาทิตย์ที่อยู่สุดพื้นทรายกำลังลอยขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากที่รรินและชาวคณะซึมซับความรู้สึกในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางพื้นทะเลทราย จากนั้นเดินโดยการขี่อูฐต่อมายังโรงแรมอีกแห่งที่สุดทางเข้า-ออกทะเลทราย เราขี่อูฐกันคุ้มมากเป็นเวลา 2 ชั่วโมง จากฟ้ามืดจนฟ้าสาง และสว่างในที่สุด

มีช่วงที่อูฐตัวหลังสุด สายคล้องหลุดจากขบวนคาราวาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือน่ารักมาก คือ อูฐตัวนั้นหยุดเดิน แล้วดูการเดินจากไปของขบวน คนที่ตกใจกลัวโดนทิ้งคือคุณป้าที่ขี่อูฐตัวนั้นอยู่ เสียงโวยวายด้านหลังจึงเกิดขึ้น คนดูแลอูฐเลยต้องเดินไปตามอูฐตัวนั้นแล้วลากมาติดกับสายคล้อง ถึงยอมเคลื่อนตัวเดินพร้อมขบวนคาราวาน เพิ่งสังเกตว่าอูฐมีขนตายาวมาก เหมือนใส่ขนตาปลอมวิ้งๆ แบบสาวรันเวย์เฉกเช่นนั้นเลย มารู้ตอนหลังว่า ขนตายาวนี้มีไว้เพื่อป้องกันเม็ดทรายเข้าตา สมกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาใช้ชีวิตกับทะเลทรายจริงๆ

เรามาถึงโรงแรมแล้ว เรด้ารอต้อนรับคณะเราอยู่ที่นั่น ... ลืมเล่าว่าเมื่อคืน เรด้า Local Guide มิได้พักกับเราชาวคณะในที่พักกระโจมนะคะ เรด้าออกมากับรถ 4WD อ้างว่าจะติดต่อเรื่องที่พักในระหว่างที่เรารับประทานอาหารค่ำ แล้วไม่กลับมา.... เรด้าเปิดห้องให้เราอาบน้ำที่นี่ ตอนแรกเค้าเปิดให้เราแค่ 2 ห้อง ห๊ะ... คืออารายยย แต่ต่อมาก็เปิดห้องเพิ่ม จะเป็นไปได้อย่างไรที่คน 12 คนใช้ห้องน้ำแค่ 2 ห้อง แล้วจะเสร็จภายในเวลา 1 ชั่วโมง ตามนัดหมายขึ้นรถ

เค้าจัดให้เรารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมนี้ ซึ่งอาหารเช้าก้อออออ ไม่ค่อยน่ากิน เพราะโดนรุมไปด้วยแมลงวัน สิ่งที่กล้าหยิบขึ้นมาคือ ไข่ต้ม เพราะไข่ต้มมีเปลือก อย่างไรแมลงวันก็ตอมไม่ถึง .... ช่วงของค่ำคืนในทะเลทรายที่เรามีความงงงวยกับที่พัก และการทำงานของ Local Guide ก็ได้ผ่านไป เราขึ้นรถ 4WD ออกจากเขตทะเลทราย มาขึ้นรถบัสคันเดิมของเราเพื่อเดินทางออกจากเมอร์ซูก้าสู่ เมืองมิเดล และแล้วชีวิตเมืองกำลังจะเริ่มต้นขึ้นจากนี้ บ๊ายบาย ซาฮาร่า ....


Rrin Rrin

FB: Rrin Rrin
IG: rrinrrinlee

 
  Share  
     

^ Go to top

  Know Rrin LEE  
   
 

Rrin is Thai born Home Chef
at IG : t
hehomechef.studio

Thai Flora Garland Specialist at IG: rrin.thaicraft

Restauranteur of #TheLEEfamilyThai

Blogger on FaceBook: 
Rrin Story

 
  more>>  

  Events i Organize  
E26: NIST International School
read more>>

  Flowers i Make  
FL07 : วันแรกของการสอนมาลัย ปี 2020
read more>>

  Foods i Love  
F31 : MEAL BOXes | LEE KITCHEN x The Home Chef Studio : 26 April

#LEEKitchen × #ThehomechefStudio

MEAL Boxes รอบศุกร์ที่ 26 เมษายน มาแล้ว มาแล้ว  "เต้าหู้ทรงเครื่องหม้อดิน" เมนูที่ขึ้นต้นเป็นเต้าหู้ แต่ยังมี หมูแดง แฮม ปลาหมึก กุ้ง และเนื้อปูตามมาด้วย ผักกาดหอม ถั่วลันเตา และเห็ดหอม อย่างครบในหม้อเดียว ....

MEAL Boxes set จะมีข้าวหอมมะลิ คู่กันไป 1 กล่อง รับประทานได้ 2 คน ข้าวหอมมะลิเราใช้วิธีการนึ่งเพื่อให้ข้าวยังคงหอมและนุ่ม เมื่อ รับประทานกับ "เต้าหู้อบหม้อดิน" นั้น จะฟินมาก 

  • เต้าหู้หม้อดิน + ข้าวหอมมะลิ 1 กล่อง : 390.-

ถ้าอยากเพิ่ม เมนูเคียง กินคู่ แนะนำ

  • แฮ่กึ๋น เนื้อกุ้งฉ่ำ เซท 4 ชิ้น : + 250.-
  • กุ๋ยฉ่ายทอด แป้งบางกรอบ ไส้กุ๋ยฉ่ายผัดหอมด้วยแฮม มีกุ้งผสม เซท 2 ชิ้น : +125.-

สนใจทักสั่งได้เลยนะคะ inbox ได้ หรือจะทักไลน์
Line : rrinlee รับออเดอร์ถึง พรุ่งนี้ (24/04) บ่ายสองโมงค่ะ

รับ MEAL Boxes set ได้ใน วันศุกร์ที่ 26 เมษายน ตั้งแต่ 10.45 น. เป็นต้นไป ที่ ลีเพลซ พรพราม 3 ซอย 25
เราบริการเรียกแกรป เก็บค่าส่งปลายทางค่ะ
#TheLeeFamilyRecipes

read more>>