Search      
 
  Places i Go  

  P46: Denmark :Copenhagen (Last City of the Trip)  
     
 

Last City of the trip “Copenhagen”

เรือได้เข้าสู่ท่าที่เมือง โคเปนเฮเก้น ราวๆ 10 โมงเช้า มาถึงที่นี่เราก็มี local guide ด้วย ดีใจจัง เราจะได้อินกับสถานที่เราไปมากกว่า กว่าเดินชม local guide เป็นผู้ชายชาวไทย มีอายุนิดนิง เล่าประวัติศาสตร์ของสถานที่ รวมถึง เศรษฐกิจ การเมือง ของที่นี่ได้ราวกับเป็นคนที่นี่เลยทีเดียว มาถึงเราก็ไปเที่ยวกันเลย เหมือนเช่นเคย เราไม่ได้เที่ยวอะไรมาก เพราะเรามีเวลาแค่วันเดียว จริงๆ ครึ่งวันด้วยซ้ำเพราะ หลังจากกินข้าวกลางวัน ทัวร์ก็จะปล่อยให้เราเดินช๊อปปิ้งแล้ว  แต่วันนี้รรินมีเรื่องน่าตื่นเต้นกว่านั้นนิดนุง รรินจะได้เจอเพื่อนต้อยที่มาแต่งงานกับคุณละมุด (ชื่อของสามีที่เพื่อนต้อยตั้งเพื่อที่จะสามีจะได้มีชื่อไทย) ชาวเดนมาร์ก 

เพื่อนต้อยเป็นเพื่อนที่โรงเรียนสมัยประถมแต่อยู่คนละห้อง  เราหลับมาเจอกันในเฟสบุ๊ค ประมาณ 3 ปีแล้ว ปีหลังๆ  เราได้เจอกันที่เมืองไทยหลายครั้ง  เพราะต้อยจะกลับเมืองไทยในวันหยุดยาวประจำปี  และบ้านรรินที่กรุงเทพอยู่ไม่ไกลจากบ้านต้อย บางครั้งเรามาเจอกันแค่ชั่วโมง ชิทแชท แล้วแยกย้าย รรินนัดทั้งคู่ที่ร้านอาหารไทย ที่คณะทัวร์เราจะไปรับประทานอาหารค่ำ 

   

เดนมาร์กประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 400 เกาะ ซึ่งร้อยละ 90 ไม่มีผู้อาศัย โคเปนเฮเก้น เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเดนมาร์ก จำนวนประชากรในมีเมืองมีทั้งหมดประมาณ  5.3 ล้านคน  อยู่ในเขตเมืองหลวง 1.2 ล้านคน มีระบอบการปกครองแบบ ประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กรุงโคเปนเฮเกนเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการบริหารประเทศ รํฐสภา รัฐบาล และเป็นที่ตั้งพระราชวังหลวงในพระราชวงศ์เดนมาร์ก 

โคเปนเฮเกนถือว่าเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของยุโรป ก่อตั้งมาราว ๆ คริสต์ศตวรรษที่ 10 และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย


เราเริ่ม city tour ด้วยการไป Rosenborg Castle ปราสาทโรเซนเบิร์ก อดีตพระราชวังหลวงที่ตอนนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนทั่วไปเข้าชมของเก่าแก่ของราชวงศ์

ปราสาทโรเซนเบิร์กใช้เป็นที่พำนักของราชวงศ์ตั้งแต่ปี 1606 ถึง 1710 และเคยใช้เป็นที่ประทับของพระเจ้าคริสเตียนที่ 4 ผู้เป็นกษัตริย์ในสมัยนั้น ปราสาทได้รับการบูรณะตามแบบของเดิมโดยนักประวัติศาสตร์ และได้มีการฉาบปูนที่เพดานใหม่อย่างสวยงาม 

การมาที่นี่รริน ว่าเหมือนกับเรามาดูบ้านคนเศรษฐี ว่าบ้านเขากันอย่างไร ดูห้องหับต่างๆ ห้องอาบน้ำ ชมห้องกระจก ห้องอัศวิน ห้องรับแขก ตลอดจน ภาพวาด รูปปั้น เอกสารเก่าแก่ และทรัพย์สมบัติ  ของสะสมของเจ้าของบ้าน พอดีเจ้าของบ้านเป็นกษัตริยเดนมาร์ก เราเลยได้ชมมงกุฏและบัลลังก์ของกษัตริย์ด้วย รอบปราสาทเป็นสวน ซึ่งปัจจุบันมีคาเฟ่เปิดขายอาหารและเบียร์

   

   

ต่อมาไกด์พาเราไปชม รูปปั้นนางเงือกน้อย (The Little Mermaid) ตั้งอยู่ที่บริเวณริมฝั่งของอ่าวโคเปนเฮเกน

รูปปั้นนี้เกิดขึ้นจากการที่นาย Carl Jacobsen ผู้ก่อตั้งโรงกลั่นเบียร์ Carlsberg ดูบัลเล่ต์เรื่อง The Little Mermaid ที่เขียนขึ้นโดยนาย Hans Christian Andersen แล้วรู้สึกประทับใจในนิทานเรื่องนี้มาก จึงเป็นแรงบันดาลใจให้นาย Carl Jacobsen จ้างนาย Edvard Eriksen นักปั้นฝีมือดีปั้นรูปนางเงือก โดยภรรยาของนาย Edvard Eriksen มานั่งเป็นแบบปั้น

เงือกน้อยเป็นสัญลักษณ์ของเมือง เธอชื่อ แอเรียล เป็นเจ้าหญิงเงือกน้อยแห่งท้องทะเลที่แสนดื้อรั้น ช่างฝัน และมักฝันถึงชีวิตบนโลกมนุษย์ เรื่องราวของเธอปรากฏอยู่ในเทพนิยายอันลือลั่นของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน  (Hans Christian Andersen) นักเล่านิทานชื่อก้องของเดนมาร์ก

แอเรียล คือ ตัวละครสำคัญที่ทำให้กรุงโคเปนเฮเกน (Copenhagen) ได้รับฉายาอีกอย่างหนึ่ง นอกจากสวรรค์แห่งเมืองท่า ว่า เป็นเมืองแห่งความรักในเทพนิยาย

การถ่ายรูปคู่กับเธอไม่ใช่เรื่องง่าย เธอฮอตมาก นักท่องเที่ยวเยอะสลับออกเข้ายื่นข้างเธอตลอด บางท่านถ่ายเสร็จไม่ถอย เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี ก็สนุกไปอีกแบบ...รรินไม่สามารถไปยืนคู่ได้เลยหาทำเลถ่าย โดยพยายามไม่ให้มีคนอื่นร่วมเฟรม หุ หุ  
   

และที่นี่เป็นที่สุดท้ายในโปรแกรมที่ไกด์จะพาเราไปชม 

Amalienborg Palace ซึ่งเป็นสถานที่ประทับของบรรดาเหล่าพระราชวงศ์แห่งเดนมาร์ก

พระราชวังแห่งนี้ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมร็อคโคโค ด้านหน้าของพระราชวังจะมีการเปลี่ยนทหารยามหน้าวังทุกวัน เหมือนกับพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมในอังกฤษ  อาคารของพระราชวังเป็นโค้งวงกลม  บริเวณตรงกลางเป็นลานกว้าง จัตุรัสด้านหน้าของ พระราชวังอมาเลียนบอร์ก มีพระรูปของ กษัตริย์เดนมาร์กทรงม้า 

อีกจุดหนึ่งใกล้ๆ คือ น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน (Gefion Fountain) เป็นน้ำพุรูปปั้นผู้หญิงกำลังถือแส้ไล่วัว 4 ตัว ที่มีตำนานเล่าขานกันว่า เทพเจ้าผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ดลบันดาลให้พระนางกอบกู้ชาติ พระราชินีเกฟิออน จึงแปลงร่างลูกชาย 4 คนให้เป็นโคเพื่อไถพื้นดินขึ้นมาจากใต้น้ำ จนเกิดเป็นประเทศเดนมาร์ก

Strøget (walking street)

ช่วงบ่ายก่อนรับประทานอาหารค่ำ ทัวร์จัดให้เราได้มีโอกาสซื้อของ นำคณะลูกทัวร์มายัง Strøget (walking street) แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของโคเปนเฮเกน และอยู่ในใจกลางเมือง ครอบคลุม ถนน 4 สายด้วยกันคือ Frederiksberggade, Nygade, Vimmelskaftet และ Østergade มีร้านของแบรนด์เนม ร้านทั่วไป และห้างตั้งอยู่บริเวณนี้ เท่าที่เปรียบเทียบราคากระเป๋าแบรนเนมที่ลูกทัวร์บางท่านได้ซื้อจากประเทศอื่นที่เราผ่านมา  ราคาของแบรนด์เนมที่นี่ราคาสูงกว่ามาก ยกเว้นของบางอย่างที่มีการลดราคาแรงๆ 

รรินกับนายแม่ซื้อของแล้วก็มาลงเอยด้วยการเดินซุปเปอร์มาเก็ต ของอย่างหนึ่งที่รริน ชอบซื้อมากคือ ถุงใส่ของ ที่ขายตามซุปเปอร์ แถบยุโรปราคาไม่แพง ราคาประมาณ75-100 บาท ดีไซด์สวย แถมก้นถุงกว้างซึ่งหาไม่ค่อยได้ในเมืองไทย รรินใช้ สำหรับใส่วัตถุดิบคาว หวาน ดอกไม้ เหมาะกับงานของรรินเป็นอย่างมาก .... ใช้ใส่ของเวลาไปซุปเปอร์ หรือเดินตลาดที่บ้านเรา กิ๊บเก๋ ไม่ยอกเชียว ....

แล้วรถก็ขับผ่าน Tivoli สวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และมีชื่อเสียง ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโคเปนเฮนเก้น ได้ยินชื่อมานาน ได้แต่มองตาเข้าเมื่อรถผ่านแบบ  ตาละห้อยหน่อยๆ เสียใจนิดๆ....

   

   

ต้อยและคุณละมุดมาหาเราที่ร้านอาหารไทย แล้วนั่งรถบัสมากับเราที่โรงแรม รรินเชคอินห้องพัก แล้วให้ต้อยพาไปเที่ยวที่ Nyhavn ซึ่งไม่มีในโปรแกรมทัวร์ มีน้องในคณะทัวร์มาด้วยหนึ่งคน คุณนายแม่ไม่ไปขอเก็บกระเป๋าเตรียมกลับ จากที่พักเราออกเดินชมเมืองไปเรื่อยๆ แวะร้านสะดวกซื้อ กินไอติม Magnum รสที่เมืองไทยไม่มีจำหน่าย และเป็น Limited Edition เกร๋ๆ แอบ อ้วนเบาๆ  เดินผ่านตรอกซอกซอยจากโรงแรม นำทางโดยไกด์ท้องถิ่นกิติมาศักดิ์ และแล้วเราก็ถึง Nyhavn

Nyhavn อ่่านว่า นูฮาวน์ แปลว่า ท่าเรือใหม่ เดิมเป็นท่าเรือพาณิชย์ที่ไว้สำหรับเรือจากทั่วทุกมุมโลกมาเทียบท่า บริเวณนจะเต็มไปด้วยผับ บาร์ และร้านขายเหล้า จากนั้นค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาเป็นร้านอาหารและตึกรามบ้านช่องที่มีสีสันสดใส เราสั่งดริ้งนั่งดื่มกันเพื่อเสพบรรยากาศ แถวนั้นมีแต่นักท่องเที่ยว มานั่งดื่ม สถานที่ไม่ค่อยสะอาด เรียบร้อยเท่าใด ประมาณร้านแถวถนนข้าวสาร แต่เอาเป็นว่า รรินสมใจยาก เพราะเมื่อเปิดดูสถานที่ท่องเที่ยวของโคเปนเฮเก้น รูปอาคารย่านนี้ต้องมาปรากฎต่อสายตา  ถ่ายรูปแล้วเป็นอันเสร็จพิธีแวะมา

รรินกับน้องที่มาด้วยแยกกับสองสามีภรรยาที่นี่ บ้านต้อยอยู่แถวนี้เลยไม่อยากให้นั่งแท๊กซี่วนไปส่ง พอถึงโรงแรมที่พัก รรินก็จัดของเตรียมบินกลับบ้านพร้อมคณะในวันพรุ่งนี้ 

เท่านี้เป็นอันจบทริป 4 ประเทศ 12 วัน .....
Copenhagen - Helsinki - Bangkok 

เช้าวันรุ่งขึ้นเรารับประทานอาหารเช้าแล้ว ไปสนามบินเลย โคเปนเฮเกน - เฮลซิงกิ
และ หลังจากนั้น ต่อเครื่องจาก เฮลซิงกิ กลับ กรุงเทพ ตอนเช้าตรู่ของวันที่ 20 กรกฎา ....

*** ทริปนี้ยาว คนในคณะทัวร์เข้ากันได้ดี ไกด์ไม่เก่งเลย ถ้าอยากพักผ่อนไม่แนะนำ เพราะเหนื่อยย้ายที่พักตลอด แต่สนุกที่ได้ไปประเทศที่ไม่เคยไป สถานที่ตกหล่นเพียบ ถ้ามาอีกทีคงมาเองจะค่อยๆละเลียดชมตามสถานที่ต่างๆแล้วแต่ใจ อาหารทัวร์นี้กินบุฟเฟ่ตลอด จะว่าดีก็ไม่เชิง จะว่าไม่ดีก็ไม่ใช่ เอาเป็นว่าอาหารผ่านแต่ไม่ได้ใจ ทริปนี้คงต้องขอบคุณนายแม่ที่เป็นสปอนเซอร์ให้ และใจดีซื้อกระเป๋าแบรนเนมให้หลายใบด้วย :) :)

กว่าจะเขียนเรื่องราวของทริปนี้เสร็จก็เกือบปี ขาดอีกเดือนกว่าๆ ไปมาแล้วก็อยากแบ่งปัน แต่บางครั้งหาเวลาไม่ได้ มีบางคราวมีเวลาแต่ไม่อยากเขียน แต่เอาเป็นว่าเขียนเสร็จแล้ว ณ.วันนี้ ดีใจ ไม่คิดว่ามันจะหลายตอนขนาดนี้ รู้แต่ว่ายังเขียนไม่เสร็จเลย ...

เขียนไปก็ไม่รู้ว่ามีใครอ่านไหมนะ แต่ที่รู้ๆน่าจะมี สัก 3 คน คือตัวรรินเอง พี่ปุ๊ก พี่ที่เจอกันทุกครั้งก็ทวงว่าเมื่อไหร่จะเขียน แล้วก็มีพี่อีกคนที่เจอที่วัดหลวงพ่อปราโมชท์ตอนวันเกิดเมื่อปีที่แล้วก่อนไปทริป พี่เค้าบอกว่าไปเที่ยวแล้วอย่างลืมเขียนลงเวปให้อ่านบางนะ รรินเลยดีใจว่าอย่างน้อยที่เคยเขียนๆอะไรก็มีคนอ่าน ....

หลังจากทริปนี้ ก็ไปอังกฤษในเดือนตุลาคม คงไม่เขียนบล็อค แต่จะลงรูปไว้ เพราะทริปนี้ คือทริปใช้ชีวิต เจอเพื่อน น้องๆ และ พี่ๆ ที่อยู่ในลอนดอน ... ลอนดอนเปลี่ยนไปไม่มาก ถ้าอยากอ่านก็หาอ่านได้ใน บล็อคที่รรินเขียนไว้ได้เมื่อปีก่อน เพราะปีนั้นไปสองครั้ง รวมหนีน้ำท่วมที่ไปอยู่หลายเดือนด้วย ข้อมูลเยอะละเอียด... 

อย่างไรถ้ามีใครอ่านบล็อคของรริน ก็ช่วยแจ้งกันให้ทราบด้วยนะ คนเขียนจะได้มีกำลังใจเขียนให้อ่านต่อไป ...

 

Rrin Rrin

FB: Rrin Rrin
IG : rrinrrinlee

 
  Share  
     

^ Go to top

  Know Rrin LEE  
   
 

Rrin is Thai born Home Chef
at IG : t
hehomechef.studio

Thai Flora Garland Specialist at IG: rrin.thaicraft

Restauranteur of #TheLEEfamilyThai

Blogger on FaceBook: 
Rrin Story

 
  more>>  

  Events i Organize  
E26: NIST International School
read more>>

  Flowers i Make  
FL07 : วันแรกของการสอนมาลัย ปี 2020
read more>>

  Foods i Love  
F31 : MEAL BOXes | LEE KITCHEN x The Home Chef Studio : 26 April

#LEEKitchen × #ThehomechefStudio

MEAL Boxes รอบศุกร์ที่ 26 เมษายน มาแล้ว มาแล้ว  "เต้าหู้ทรงเครื่องหม้อดิน" เมนูที่ขึ้นต้นเป็นเต้าหู้ แต่ยังมี หมูแดง แฮม ปลาหมึก กุ้ง และเนื้อปูตามมาด้วย ผักกาดหอม ถั่วลันเตา และเห็ดหอม อย่างครบในหม้อเดียว ....

MEAL Boxes set จะมีข้าวหอมมะลิ คู่กันไป 1 กล่อง รับประทานได้ 2 คน ข้าวหอมมะลิเราใช้วิธีการนึ่งเพื่อให้ข้าวยังคงหอมและนุ่ม เมื่อ รับประทานกับ "เต้าหู้อบหม้อดิน" นั้น จะฟินมาก 

  • เต้าหู้หม้อดิน + ข้าวหอมมะลิ 1 กล่อง : 390.-

ถ้าอยากเพิ่ม เมนูเคียง กินคู่ แนะนำ

  • แฮ่กึ๋น เนื้อกุ้งฉ่ำ เซท 4 ชิ้น : + 250.-
  • กุ๋ยฉ่ายทอด แป้งบางกรอบ ไส้กุ๋ยฉ่ายผัดหอมด้วยแฮม มีกุ้งผสม เซท 2 ชิ้น : +125.-

สนใจทักสั่งได้เลยนะคะ inbox ได้ หรือจะทักไลน์
Line : rrinlee รับออเดอร์ถึง พรุ่งนี้ (24/04) บ่ายสองโมงค่ะ

รับ MEAL Boxes set ได้ใน วันศุกร์ที่ 26 เมษายน ตั้งแต่ 10.45 น. เป็นต้นไป ที่ ลีเพลซ พรพราม 3 ซอย 25
เราบริการเรียกแกรป เก็บค่าส่งปลายทางค่ะ
#TheLeeFamilyRecipes

read more>>