|
Norway วันสุดท้าย เที่ยวกรุงออสโล
Oslo เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 2010 ถึงแม้ว่า ออสโล มีสถานที่น่าท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง แต่วันนี้ทั้วร์พาเรามาแค่ 2 แห่งเท่านั้นเอง คือ อุทยานฟรอกเนอร์ และ พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง สถานที่อื่นๆเราได้แต่นั่งมองจากรถบัสระหว่างทาง ... มีอีกทีที่ได้แวะแต่รรินไม่ขอนับว่าได้เยี่ยมชมละกัน เพราะรถปล่อยเราลงไปชมประมาณไม่ถึง 10 นาที แล้ววนมารับเราขึ้นรถ ศาลาว่าการเมืองออสโล สถานที่มอบรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ รางวัลจากสาขาอื่นมอบกันที่สต๊อกโฮม
Frogner Park อุทยานฟรอกเนอร์
Vigeland Sculpture Park สวนประติมากรรม เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานฟร็อกเนอร์ (Frogner Park) บนพื้นที่กว่า 80 เอเคอร์ (320,000 ตารางเมตร) มีประติมากรรมในอุทยานทั้งหมดจำนวน 192 ชิ้น มีทั้งรูปปั้นสัมฤทธิ์และรูปปั้นคอนกรีต ซึ่งเป็นผลงานของเอกกุสตาฟ วิกแลนด์ Gustav Vigeland ผู้อุทิศเวลากว่า 30 ปี ในการทำงาน
อุทยานออกเป็น 5 โซนด้วยกัน คือ The Main Gate, The Bridge, The Fountain, The Monolith และ The Wheel of Life
The Main Gate เป็นประตูทางเข้าหลัก ซึ่งลวดลายที่ประตูนั้นทำด้วยเหล็ก สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1926
The Bridge เป็นการจัดวางประติมากรรมรอบๆ สะพานที่กว้าง 15 เมตร และยาว 100 เมตร เชื่อมต่อระหว่างโซน The Main Gate และโซน The Fountain ประกอบด้วยรูปปั้นสัมฤทธิ์ 58 ชิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางกายภาพและอารมณ์ ของมนุษย์ เด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย ในแต่ละช่วงวัย ประติมากรรมเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัย และ อารมณ์
The Fountain เป็นการจำลองกลุ่มต้นไม้ 20 ต้น ที่แสดงถึงวงจรชีวิตที่มีจุดเริ่มต้นและไม่ี่สิ้นสุดของมนุษย์
The Monolith หรือแท่งหินก้อนเดียว (Mono=one, litho=stone) มีความสูง 14.12 เมตร เแสดงถึงการกระทำ ในช่วงชีวิตของมนุษย์ ที่ประกอบไปด้วยกิเลสเป็นตัวนำพาทำกระทำ และการปฎิสัมพันธ์ระหว่างกัน และบริเวณรอบๆแท่งหินนี้ มีกลุ่มรูปปั้นที่ทำด้วยหินแกรนิต แสดงให้เห็นถึงสภาวะและความสัมพันธ์ของมนุษย์ในแต่ละช่วงวัย
The Wheel of Life หรือวงล้อแห่งชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของการเวียนว่ายตายเกิดที่ี่สิ้นสุด ด้านล่างฐานที่เป็นหินมีแกะรูปสัญญลักษณ์ของราศีต่างๆทั้ง 12 ราศีไว้อีกด้วย
พอดูผลงานทั้งหมดของนายคนนี้แล้ว สรุปได้ว่า งานนี้น่าจะทำภายใต้คอนเซ็ป “วัฏสงสาร” หรือการเวียนว่าย ตายเกิด ของมนุษย์ ที่ยังมีกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง เป็นแรงพลังในวงล้อนี้หมุนไป
คงจะเป็นธรรมเนียมว่ามาถึงนอร์เวย์ก็ต้องมาชมเรือไวกิ้ง
ชนเผ่าไวกิ้ง เป็นชนเผ่าจาก นอร์เวย์ สวีเดน และ เดนมาร์ก มีชื่อเสียงเรื่องการเดินเรือในมหาสมุทร และการเป็นนักรบ ชาวไวกิ้งเป็นนักเดินเรือที่เก่งฉกาจ และ เป็นนักรับผู้แข็งแกร่ง มีความชำนาญ ทักษะการเดินเรือ ตลอดถึงเทคนิคการสร้างเรือที่ล้ำสมัย ระหว่างประมาณ พ.ศ. 1200 - พ.ศ. 1590 ออกเดินเรือ และยึดครอง ตั้งอาณานิคมในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ นอร์มังดี และ รัสเซีย และมากกว่านั้นยังออกเดินเรือไปถึงทวีปอเมริกาเหนือด้วย
เรือไวกิ้งจึงถือเป็นตำนาน และสัญลักษณ์ของรากเหง้า และความรุ่งเรืองในอดีตกว่าพันปีของ ชาวนอร์เวย์ และประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย
พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง (Viking Ship Hall) เป็นอาคารชั้นเดียว มีเรือไวกิ้งซึ่งเป็นเรือรบโบราณ 3 ลำ พิพิธภัณฑ์นี้จัดแสดงเกี่ยวกับเรือไวกิ้งโบราณที่สร้าจากไม้ ในคริสตศตวรรษที่ 9 โดยขุดได้จากรอบๆ ออสโลฟยอร์ด และยังมีเครื่องมือในชีวิจประจำวันที่มีอายุก่าแก่กว่า 1,000 ปี
ออสโล ได้เที่ยวแค่นี้จริงๆ เพราะบ่ายสาม ถึงเวลาลงเรือ Scandinavian Sea Way ค้างหนึ่งคืน เพื่อข้ามประเทศไปยัง โคเปนเฮเก้น ประเทศเดนมาร์ก ในตอนเช้าวันพรุ่งนี้
ห้องโดยสารบนเรือค่อนข้างเล็ก คนเยอะ เดินกันขวักไขว่ทุกชั้นเรือ เรือออกช้ากว่ากำหนด ภายในเรือมีร้าน DFDS ซึ่งขายสินค้าปลอดภาษี เหมือนในสนามบิน เช้าก่อนที่เรือจะไปถึงจุดหมาย ทะเลไม่เรียบสักเท่าไหร่ ทำให้หลายคนเกิดอาการเมาเรือ แต่รรินไม่มีปัญหา หลับได้ถึงแม้เรือจะเขย่า ...
Rrin Rrin
FB: Rrin Rrin IG : rrinrrinlee
|