Austria :: Vienna
8.00 :: ออกเดินทางจาก Salzbrug สู่กรุง Vienna (ระยะเวลา 3.30 ชั่วโมง ระยะทาง 313 กิโลเมตร)
Vienna เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรีย เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการปกครอง มีประชากร 1.6 ล้านคน มีแม่น้ำดานูปไหลผ่าน และ ยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานสหประชาชาติ
12.00 :: รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารไทย)
13.00 :: เข้าชมพระราชวังเชิงบรุนน์ (Schoenbrunn)
Schoenbrunn Palace หรือ พระราชวังเหลืองของพระนางมาเรียเทเรซ่า ใช้เป็นพระตำหนักฤดูร้อน แบบแปลนเดิมจะเป็นกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ และจะสร้างให้หรูหรากว่าราชสำนักแวร์ซายส์ ที่ฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ ที่14 แต่เนื่องจากงบประมาณที่มีจำกัดจึงไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้จริง จนปรับเปลี่ยนแบบใหม่ดังที่เห็นปัจจุบัน Schoenbrnn Palace เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมแบบรอคโคโคที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศออสเตรีย
16.00 :: ซื้อของ และ ชมเมืองที่ Kartner Strasse - walking Street
Kartner Strasse เป็น Walking Street ใจกลางกรุงเวียนนา มีร้านค้านำสมัย และWorld Brand ต่างๆ มีร้านขายอาหาร ของที่ระลึก ร้านกาแฟ ร้านไอศครีมมากมาย บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิหาร St. Stephen’s Cathedral ซึ่งเป็นโบสถ์ที่สำคัญของออสเตรีย สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1137 เริ่มแรกก่อสร้างในสไตล์โรมาเนสก์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1258 เกิดไฟไหม้จึงสร้างขึ้นมาใหม่ในสไตล์โกธิก
18.00 :: ขึ้นรถสู่สนามบิน
23.20 :: ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน OS 025 Austrian Airline (เดินทาง 10 ชั่วโมง)
Review Day 6
เช้าสุดท้ายของการเดินทาง วันนี้ชาวคณะมีเวลาได้นั่งคุยกันเรื่องจิปาถะ เริ่มคุ้นเคย และสนิทสนมกันมากขึ้น หลังจากใช้ชีวิตด้วยกันมาตลอดสัปดาห์ อีกทั้งวันนี้เราถูกจัดให้นั่งโต๊ะกลมใหญ่แบบโต๊ะจีน นั่งติดกันทั้งกรุ๊ปเลย เป็นการเริ่มวันที่สนุกสนาน หัวเราะ พูดคุย เดินแซวเล่นกันไป จนขึ้นรถคันใหญ่ประจำตำแหน่ง ที่มีคนขับรถรูปงามหน้าคล้าย เควิน คอสต์เนอร์ Kevin Michael Costner รอขับรถพาพวกเราไปยังกรุงเวียนนา นครหลวงแห่งดนตรี เมืองหลวงของประเทศออสเตรียที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1000 ปี ศูนย์กลางอำนวยการของจักรวรรดิออสโตฮังการี
เข้าถึงกรุงเวียนนาประมาณเที่ยง เราก็ดิ่งตรงไปรับประทานอาหารไทย ชื่อ Thai Kitchen เจ้าของเป็นคนไทยชื่อ พี่ติ๋ม คุณSuper Guide เล่าให้ฟังว่าพี่ติ๋มอยู่ที่นี่ (น่าจะหมายถึงกรุงเวียนนา) มามากกว่า 30 ปีแล้ว ร้านอาหารมีคอนเซปโดดเด่นสำหรับเราชาวคณะทัวร์คือ “ไม่อิ่มเต็มได้” วันนี้โต๊ะดิชั้นก็ขอเติมไข่พะโล้กันอยู่หลายรอบทีเดียว และเน้นด้วยว่าเอาแต่ไข่ หมูไม่ต้อง คริ คริ รสชาติอาหารเหมือนนั่งรับประทานในเมืองไทย ผ่านคร้าา...
หลังจากนั่งรถกันมาตลอดเช้า ลุยเที่ยวกันต่อที่พระราชวังเชิงบรุนน์ ถ่ายรูปกับพระราชวังด้านหน้า และสวนสวยทางด้านข้าง คุณแดดไม่ค่อยปราณีกันเลย เริ่มอากาศเช้าที่ Salzburg ด้วย 19 องศาเซลเซียส พอมาถึงกรุงเวียนนา กลายเป็น 24 และขึ้นไปสูงสุดที่ 29 องศาเซลเซียล ในภาคบ่ายยามเดินเล่นพระราชวัง เวลาที่นี่สั้นไปหน่อย เพราะเราไม่มีเวลาให้กับสวนด้านหลัง จักรพรรดิฟราน โยเซฟ ซึ่งโปรดให้วางผังเมืองด้วยการสร้างริงสตราเช่ (Ringstrasse) และก็ไม่ได้ชมเขตด้านในที่เป็นโรงเรียนสอนขี่ม้า สถานที่ปรุงโอสถ :(
ต่อจากนั้น Local Guide พาเราเข้าชมด้านในพระราชวัง เริ่มจากอธิบาย Family Tree ในราชวงศ์ Habsburg ใครเป็นใคร สัมพันธ์กันอย่างไร ระหว่างปี ค.ศ. 1740-1918 และต่อด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายในสมัยนั้น แล้ว Local Guide นำเราเข้าชมห้องต่างๆในพระราชวังกว่า 20 ห้อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ห้ามเราถ่ายรูป... ประวัติต่างๆในแต่ห้องฟังแล้วเพลินทีเดียว พระราชวังที่นี่ไม่หรูหรา อลังการงานสร้างเหมือนพระราชวังแวร์ซายส์ บางห้องเราว่าเล็กและดูน่าอึดอัดไปด้วยซ้ำ การมาเยี่ยมชมพระราชวังก็เหมือนแอบมาดูบ้านคนรวยว่าเขามีรสนิยม และ การใช้ชีวิตเช่นไร หลายห้องที่มีสไตล์การตกแต่งแบบตะวันออก โดยเฉพาะสไตล์จีน ก็ทำให้รู้ว่าคนยุโรปชั้นสูงก็เห่อของนอกเหมือนกัน บางภาพวาดที่แอบซ่อนวัฒนธรรมในสมัยนั้นก็ทำให้ผู้เยี่ยมชมแอบอมยิ้ม ตรงทางออกเป็นร้านขายของที่ระลึก ด้วยความอินมากกับประวัติศาสตร์และพระราชวังเลยซื้อหนังสือ Guide to the palace ภาคภาษาอังกฤษไว้ครอบรองหนึ่งเล่ม ในหนังสือมีรูปภาพห้องในพระราชวัง และรายละเอียดเขียนกำกับไว้ เพื่อเอาไปศึกษาต่อหาความรู้เพิ่มเติม...
ถ้ามีเวลาเราอยากเดินไปฝั่งตรงข้ามพระราชวัง ซึ่งเป็นหอศิลป์แห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติ อีกทั้งมีรูปปั้นของพระนางมาเรีย เทเรซ่า ตั้งตระหง่านท่ามกลางกลุ่มอาคาร รัฐสภา หอประชุมเมือง โรงละครแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยเวียนนา เอาเป็นว่าครั้งหน้าถ้ามาเอง จะจัดสัก 2-3 วันเลย
กิจกรรมสุดท้ายของทริป ชมเมือง และ shoppong ที่ Kartner Strasse การเดินที่ walking Street แห่งนี้ถือว่ามีความสุขมาก กล้ามเนื้อตาถูกบริหารตลอดเวลาจนต้องใส่แว่นกันแดดปิดบังไว้ เพราะหนุ่มหน้าตาดี หุ่นดี เดินกันเกลื่อนเมืองเลยทีเดียว อารมณ์ประมาณว่าไม่มองไม่ได้อะค่ะ... เราเดินผ่านที่สำคัญมากมายในบริเวณนั้น แต่เราไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ที่นี่ให้ความรู้สึกว่าเป็นเมืองหลวง มากกว่าเมืองหลวงของประเทศที่ผ่านมา ผู้คนมากมาย เดินกันขวักไขว้ มีคนแต่งตัวสวยๆ ทันสมัยอยู่กันเต็มท้องถนน มีศิลปินกลางแจ้งเปิดการแสดงแบบเปิดหมวก และ มีหลายการแสดงให้ชม บางคนแต่งตัวแปลกตามานั่งสวยๆ ลอยๆบนอากาศกลางถนน ให้เป็นที่สะดุด ชวนสงสัยแก่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาว่าสามารถทำได้อย่างไร... เจริญหู เจริญตา และ เจริญใจกันไปกันถนนคนเดินใจกลางเมืองกรุงเวียนนา
ก่อนขึ้นรถไปยังสนามบินเราก็เตรียมเสบียงกันนิดหน่อยที่ Super Market ในย่านนั้นที่คุณSuper Guide พาไป บางคนในคณะก็ซื้อเชอร์รี่ถุงใหญ่ไปเป็นของฝาก ส่วนเราได้ Vodka ขวดจิ๋ว น่ารัก กระดกสองกริ๊บหมดไปเป็นของฝากเพื่อนผู้ที่ยังไม่หย่าขาดกับรสชาติแอลกอฮอล์...
ถึงสนามบินเตรียมกลับบ้าน คุณSuper Guide บอกว่า Terminal ที่เราจะรอเครื่องเป็น Terminalเพิ่งเปิดใหม่เมื่อวาน และกลุ่มเราน่าจะเป็นกลุ่มต้นๆที่ได้มาใช้บริการ คุณSuper Guide ได้ทำการ check-in ให้พวกเราแล้วตั้งแต่เมื่อคืนผ่าน internet พอมาถึงก็ผ่านฉลุย ยกเว้นแต่คนที่น้ำหนักกระเป๋าเกินต้องเสียเวลาจัดใหม่เล็กน้อย เมื่อผ่านเข้ามาด้านในสำหรับคนที่ซื้อสินค้า brand name อย่าลืมไปทำเรื่องคืนภาษีนะคะ
เหลือเวลาอีกเกือบสองชั่วโมง นั่งคุยและพักผ่อนกันไป ก่อนเครื่องบินจะพาเรากลับคืนสู่ชีวิตจริง และดำเนินชีวิตปกติโดยปกติ ขอบคุณทุกคนนะคะที่มาอยู่ด้วยกันตลอดสัปดาห์ และขอบคุณ Super Guide คุณดนัย โพธิผละ ที่ดูแลพวกเราทุกคนอย่างดีตลอดการเดินทางในครั้งนี้
เป็นอีกครั้งที่สามารถเก็บความทรงจำดีๆ กลับมาเป็นพลังชีวิต ให้้สร้างสรรค์งานใหม่ และเผชิญความงดงามและมากมายของโลกใบนี้ต่อไป... :)) Rrin Rrin
FB: Rrin Rrin IG : rrinrrinlee
*************************************************************************** More Photos : http://www.homeiam.com/photo_detail.php?t_id=1206000008
|