|
Chech Republic :: Karlovy Vary - Cesky Krumlov
8.00 :: เดินทางออกจากกรุงปราก สู่เมือง คาร์โลวี วารี (Karlovy Vary) : แคว้นโบฮีเมียตะวันตก (เดินทาง 2 ชั่วโมง ระยะทาง 127 กิโลเมตร)
Kalovy Vary หรือ Karsbad (คาร์ลบาต) เป็นเมืองที่มีการค้นพบน้ำแร่โดยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันตะวันออก คาร์โลวี่ มาจากคำว่า Karl หรือภาษาอังกฤษว่า Charles ชื่อของกษัตริย์ผู้ปกครองเช็ค ส่วนคำว่า Vary วารี่ แปลว่าบ่อน้ำร้อน แปลรวมกันว่า "บ่อน้ำพุร้อนของคาเรล"
เมืองนี้เป็นเมืองน้ำแร่ ที่สวยที่สุดของแคว้นโบฮีเมีย และมีน้ำแร่ให้ดื่มได้ทั่วเมือง ลักษณะเมืองอยู่ในหุบเขาสองฝั่งแม่น้ำเทปล้า(Tepla) มีบ่อน้ำพุร้อนขนาดถึง 12 แห่ง และเล็กๆอีก 300 แห่ง น้ำแร่ที่ร้อนที่สุดอยู่ในศูนย์นิทรรศการ มีความร้อนถึง 72 องศาเซลเซียส ที่นี่มีบริการสปาเพื่อสุขภาพและความสวยงาม ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะผู้ที่มาบำบัดเพื่อรักษาโรคต่างๆ ตัวตึกและอาคารส่วนใหญ่เหมือนในยุควิกทอเรียในคริสต์ศตวรรษที่ 19
12.00 :: รับประทานอาหารกลางวัน (เป็ดโบฮีเมีย)
1.00 :: เดินทางออกจากเมือง คาร์โลวี วารี (Karlovy Vary) สู่เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ Cesky Krumlov : แคว้นโบฮีเมืยใต้ (เดินทาง 4 ชั่วโมง ระยะทาง 250 กิโลเมตร)
Cesky Krumlov เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นเมืองมรดกโลก (The UNESCO World Heritage Site) ในปีค.ศ. 1992 เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำวัลตาวา(Vltava) ความโดดเด่นของเมืองคือมีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 หลัง
Krumlov Castle สร้างขึ้นเมือง ค.ศ.1250 เป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสาธารณรัฐเช็ก รองจาก Praque Castle ด้วยศิลปะ 3 ยุค 3 สมัย ผสมผสานกันอย่างลงตัวตั้งแต่กอธิก-เรอเนสซองส์-บารอก
5.00 :: Check-in ที่โรงแรม
7.00 :: รับประทานอาหารค่ำ (ขาหมูโบฮีเมีย)
Review Day 4
วันนี้คุณSuper Guide จะพาไปดื่มน้ำแร่ ที่เมือง Karlovy Vary ได้ยินมาว่าเป็นเมืองที่สวยเมืองหนึ่ง ที่ทำให้ผู้คนในเมืองไทยรู้จัก และมาเที่ยวประเทศนี้มากขึ้น จากละครช่อง3 ที่แสดงโดยพี่เคน ธีระเดช และมีนางเอกในละครชื่อบัวรวงศ์ พอมาถึงเราต้องลงจากรถโค้ชใหญ่ที่เรานั่งมา แล้วต่อรถเล็กเข้าไปในเมือง รถจะส่งเราที่หน้าโรงแรม Grandhotel Pupp ซึ่งเป็นสถานที่นึงที่ใช้ถ่ายละครเรื่องนี้ และรู้มาว่ามีภาพยนตร์เรื่อง Last Holiday และ Casino Royale 007 พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก ถ่ายที่โรงแรมนี้ด้วยเช่นกัน
เรามีเวลาเดินชมเมืองนี้ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ เมืองนี้เป็นเมืองสปา มีน้ำแร่ไว้ให้ดื่มทั่วเมือง และน้ำที่ไหลผ่านเมืองจากแม่น้ำ Tepla ก็เป็นสายน้ำอุ่น ผู้คนในเมืองนี้ไม่ขวักไขว่ และส่วนมากมีอายุ เดินถือถ้วยเซรามิกที่มีลักษณะเฉพาะคือมีหูจับเป็นหลอดทรงกรวยยื่นออกมาจากก้นถ้วย เหมือนหลอดดูดน้ำที่ติดอยู่กับถ้วย สามารถรองน้ำแร่จากบ่อดื่มได้เลย น้ำแร่จากบ่อแต่ละบ่อมีอุณหภูมิความร้อนที่ต่างกัน และมีชื่อที่ต่างกันอีกด้วยจัดเป็นกลุ่ม ในซุ้ม Colonnade ที่สร้างอย่างสวยงาม อีกทั้งมีบ่อน้ำแร่กลางแจ้งระหว่างทางเดินชมเมืองอีกด้วย
ถ้ามาด้วยตัวเอง และควรมีเวลาสักสองวันหนึ่งคืนกับให้กับเมืองนี้ เพื่อเข้าชมสถานที่ต่างๆตามนี้ Smetanovy Sady , Spa 5, Dvorak Park, Park Spring Colonnade, Mill Spring Colonnade, Thermal Spring Colonnade, St. Mary Magdalene, Market Colonnade, Chateau Colonnade, Diana Tower, St. Peter and Paul, และ Jon Becher Museum เพราะเวลาทัวร์จำกัดให้ไม่เพียงพอเลยจริงๆ แต่เราก็ใช้เวลาไปกับซุ้มน้ำแร่ Mill Spring Colonnade อยู่ไม่น้อย ซุ้มน้ำแร่นี้เป็นอาคารนีโอเรอเนซองซ์ขนาดใหญ่กว้าง 13 เมตร และยาว 132 เมตร สร้างขึ้นระยะปี ค.ศ. 1871-1881 โดย Josef Zitek คนเดียวกันกับผู้ที่สร้างโรงละครแห่งชาติ ในกรุงปราก
Mill Spring Colonnade เป็นซุ้มน้ำแร่ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ด้านหน้าอาคารจะเป็นเสาคอรินเทียนเรียงเป็นแนวถึง 124 ต้น ภายในมีบ่อน้ำพุร้อนถึง 5 บ่อ และด้านหน้ามีอีก 6 บ่อ ซึ่งแต่ละบ่อนำไปใช้ประโยชน์ต่างกัน ซุ้มน้ำแร่อีกซุ้มที่อยู่ใกล้กัน คือ Market Colonnade เป็นซุ้มน้ำแร่สีขาวสร้างด้วยไม้ฉลุตามแบบบ้านในสวิส โดย Ferdinand Fellner และ Hermann Helmer ในปีค.ศ. 1883-1884 ภายในมีบ่อน้ำแร่ของกษัตริย์ Charles ที่4 และมีบรรยายถึงตำนานที่พระองค์ทรงค้นพบเมืองนี้ และ ถ้าเดินขึ้นไปทางบันไดด้านบนจะเป็น Chateau Colonnade ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของปราสาทเล็กๆ ที่ถูกสร้างโดยคำสั่งของกษัตริย์ Chales ที่4
มีกติกาเล็กๆ ในการดื่มน้ำแร่ของเมืองนี้ คือควรใช้ภาชนะเซรามิก ไม่ควรนำขวดพลาสติกไปรองน้ำแร่ตามบ่อต่างๆ เป็นประเพณีและมารยาทของผู้คนเมืองนี้ ถ้าเราไม่ได้นำไปสามารถหาซื้อภาชนะเซรามิกนี้ได้ในร้านแถวๆนั้น ราคาอยู่ประมาณ 50-100 CZK เราสามารถดื่มน้ำแร่ได้ฟรีทุกวัน และใน Mill Spring Colonnade เปิดให้เรารองน้ำแร่ดื่มได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว
และแล้วก็หมดเวลาชมเมือง กลางวันนี้เรารับประทานอาหารกันใน Grandhotel Pupp ได้เข้าฉากเป็นนางเอกบัวรวงศ์รอพี่เคน ธีรเดช สมใจ อาหารที่เสริฟวันนี้ เริ่มด้วยซุปและขนมปัง จานถัดมาเป็นตับบด และ จานหลักเป็นเป็ดโบฮีเมีย ตามด้วยไอศรีมในถ้วยโคนซึ่งอร่อยมากๆ... เอาอีกแล้วครับท่าน ทัวร์นี้มีดีที่อาหารและบรรยากาศร้านที่เลือกให้เราเข้าไปสัมผัส... ยกนิ้ว Thumb up ให้อีกหน
เดินทางขึ้นรถต่อจ้าาา...
นั่งรถกันมาอีก 4 ชั่วโมง ถึง Cesky Krumlov เมืองในแคว้นโบฮีเมียใต้ เมืองเล็กๆที่เราต้องสละรถอยู่ด้านนอก ลงรถด้วยความรู้สึกงัวเงียเปลี่ยนเป็นตื่นตา ตื่นใจกับทัศนียภาพของเมืองระหว่างขนกระเป๋าใบเล็กเพื่อ check-in เข้าโรงแรมที่บริเวณจัตุรัส Svornosti... เมืองอะไรเนี่ย ช่างสวยประหารเมืองอื่นๆที่เคยไปมาทั้งหมด เหมือนเมืองในเทพนิยาย ยังงัยยังงั้น เมืองนี้ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Vltava แต่แม่น้ำที่ไหลผ่านเมืองนี้เป็นเหมือนลำน้ำสายเล็กๆผ่านหมู่บ้านของเมืองเก่าที่สงบเงียบ และได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี เราจะเห็นหอคอยที่ตั้งเด่นเป็นสง่าของเมืองมีลักษณะคล้ายเก๋งจีน ไม่ได้เป็นป้อมสูงกำแพงหนาแบบเมืองอื่นๆ
เราเข้าพักที่โรงแรม Das Hotel ซึ่งอยู่ตรงจัตุรัสใจกลางเมืองเลย ห้องพักตกแต่งอย่างน่ารักน่าชัง กุ๊กกิ๊ก กิ๊บเก๋ มาก ห้องจะจัดมีสองชั้นสไตล์ loft ด้านล่างเป็นห้องน้ำและห้องรับแขก ส่วนด้านบนจัดเป็นเตียงนอน... หลังจาก check-in เสร็จ เราไปเวลาเดินชมเมือง และ Krumlov Castle แล้วววว...
เมืองนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนเมืองเก่า ที่บ้านเรือนจะเป็นบ้านทรงเก่ามีจั่วแบบบารอก เรอเนสซองซ์ และทาสีอาคารด้วยสีสันต่างๆ อีกส่วนนึงคือส่วนของปราสาทและ Latran ซึ่งเป็นที่อยู่ของช่างและคนรับใช้ของปราสาท... เราเดินจากจัตุรัสใจกลางเมืองและเดินข้ามสะพานไม้เข้าเขต Latran ซึ่งเป็นทางขึ้น Krumlov Castle หว่างทางเราจะเจอ บ้านน่ารักๆ ร้านกาแฟ และร้านขายของที่เรืียงราย ดังฉากในหนังการ์ตูนเทพนิยาย ของ Walt Disney
Krumlov Castle เกิดจาก Vitek of Krumlov หนึ่งในเจ้าชายของราชวงศ์ Premysl และได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี ค.ศ. 1992 ที่พิเศษคือในปราสาทแห่งนี้มี Boraque Theatre ซึ่งเกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ในยุคที่ยังไม่มีไฟฟ้าหรือเทคโนโลยีใดๆ Krumlov Castel ปรับเปลี่ยนครั้งใหญ๋ในสมัยของ Johann Adolf ที่ 1 และ Maria Eleanora ที่เป็นผู้ดูแลปราสาทในช่วงทศวรรษที่ 1840-1880 โดยตกแต่งห้องต่างๆให้เป็นรูปแบบบารอกโรโกโก นีโอกอธิก และ นีโอเรอเนสซองซ์
จากสวนด้านหน้าทางเข้าปราสาท เดินตรงขึ้นไปจะเป็นทางยาวทอดสู่ประตูปราสาท เราจะเห็นบ่อหมีอยู่ด้านล่างใต้สะพาน ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1707 จากนั้นเราก็จะเดินมาสู่ลานด้านในของปราสาท ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอคอยสีสวย ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ หอคอยแห่งนี้ได้รับการบูรณะด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองซ์ในปี ค.ศ. 1580 เราจะเห็นภาพปูนเปียกที่วาดไว้บนผนังเหมือนอิฐบล็อก และผ่านสู่ด้านหน้า Boraque Theatre แล้วเดินวกไปชมสวนด้านหลังโรงละคร สวนบารอกนี้ทำเป็นสองชั้นสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 สวนชั้นบนมีน้ำพุบารอกขนาดใหญ่สวยงามตั้งเด่นอยู่ ส่วนชั้นล่างจะเป็นสวนพุ่มไม้ที่ตัดแต่งเป็นรูปทรงต่างๆ
เมื่อเดินชมปราสาทเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลารับประทานอาหารเย็น เป็นร้านเล็กๆน่ารัก ในย่าน Latran ชื่อร้าน Restaurace Barbora คืนนี้เราได้ 1 drink ฟรี เราควรสั่งเบียร์พื้นเมือง เคียงคู่สลัดผักสีสันสดใส และขาหมูโบฮีเมียอาหารจานหลัก ต่อด้วยไอศรีมถ้วยไม่ใหญ่ในแก้วขนาดกระทัดรัด
เข้านอนคืนนี้คงนอนยิ้มหน้าสวยแก้มปริดังเจ้าหญิงในเทพนิยาย กะว่าจะตื่นขึ้นมาเดินสำรวจเมืองอีกรอบในตอนเช้าตรู่ ก่อนที่เราต้องจากเมืองนี้ไป... ตอนนี้นอนก่อนนะจ๊ะ ราตรีสวัสดิ์... i feel that i fall in Love with U, Chesky Krumlov....
Rrin Rrin
FB: Rrin Rrin IG : rrinrrinlee
***************************************************************************** More Photos :
http://www.homeiam.com/photo_detail.php?t_id=1206000004
http://www.homeiam.com/photo_detail.php?t_id=1206000005
|