|
27 May - 2 June 2012
Hungary :: Szentendre - Budapest
23.55 :: เดินทางจาก กรุงเทพ ฯ สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ กรุงเวียนนา โดยเที่ยว OS 026 Austrian Airline (เดินทาง 10.30 ชั่วโมง)
05.25 :: ถึงกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)
06.30 :: ขึ้นรถโค้ช เข้าสู่ประเทศ ฮังการี ( เดินทาง 3 ชม. 246 กิโลเมตร)
09.30 :: แวะที่เมือง เซนต์เทนเดอร์ (Szentendre) - ในอดีตเป็นเมืองที่อยู่ของบรรดาศิลปินจากทั่วยุโรป ชมอาคารบ้านเรือน โบสถ์สไตล์ กรีกออโทดอกซ์ และ เดินดูร้านค้า และชมของพื้นเมือง ( เดินทาง 30 นาที 21 กิโลเมตร เข้าสู่ นครบูดาเปสต์ - Budapest )
นครบูดาเปสต์ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำดานูป (Danube River) แยกเป็นเมืองเก่า (บูดา) และ เมืองใหม่ (เปสต์) และได้ชื่อว่า เป็นเมืองหลวงที่มีความงดงามติดอันดับโลก จนได้รับสมญานามเป็น “ ราชินีแห่งลุ่มน้ำดานูป” บุดาเปสต์รวมเป็นเมืองเดียวกันในปี คศ. 1873
มาถึงจัตุรัสวีรบุรุษ (Hero Square) -- อนุสาวรีย์ใจกลางเมือง รูปปั้นบรรพบุุรุษชาวแมกยาร์ 7 เผ่า ที่รวมตัวกันสร้างเมือง ก่อนเป็นประเทศฮังการี
พาเข้าชม โบสถ์ St.Stephen's Basilica -- โบสถ์ โรมัน คาทอลิก สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับ Stephen กษัตริย์องค์แรกของ ฮังการี (คศ. 975-1038)
12.00 :: รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารจีน)
ช่วงบ่าย :: ชม ป้อมชาวประมง (Fisherman's Bastion) -- อนุสรณ์สถานที่รำลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมง ที่สละชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมืองจากการรุนรานของชาวมองโกล โบสถ์ม็อทยอซ (Mathias Church) ซึ่งสร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 หลังจากนั้น บูรณะให้เป็นแบบ นีโอกอธิค (Neo-Gothic) และ นีโอโรมัน (Neo-Romanesque)
15.00 :: ล่องเรือชมความงาม เมืองบูดาเปสต์ และ แม่น้ำดานูป ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นแม่น้ำที่โรแมนติกที่สุดสายหนึ่งของโลก
16.00 :: check-in ที่โรงแรม Mercure Buda Hotel
17.30 :: รับประทานอาหารค่ำ แบบพื้นเมือง ที่ร้านอาหาร Citadella ตั้งอยู่บริเวณป้อมซิทตาเดลล่า (Citadella) -- เป็นจุดที่สูงที่สุดของเมืองบูดาเปสต์ เสิร์ฟอาหารพื้นเมือง และ Blood Wine พร้อม มีการแสดงพื้นเมืองแบบ กูลาซปาร์ตี้ ให้ชม
18.20 :: เมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จ ออกจากร้านอาหาร เพื่อชม วิว ของเมืองบูดาเปสต์ และ แม่น้าดานูป พร้อม เก็บภาพพระอาทิตย์ตกดิน
19.00 :: เข้าที่พัก เตรียมพร้อมการเดินทางต่อ ด้วยรหัส 6-7-8
Review For Day 1
วันแรกอาจจะหนักหน่วงสักนิดหนึ่ง เพราะเราเดินทาง นั่งเครื่องกันตั้งแต่ตอนกลางคืนกว่า 10 ชั่วโมง พอมาถึงก็นั่งรถโค้ช ตียาวจากออสเตรีย เข้าฮังการี... เราควรมีกระเป๋าใบเล็กหิ้วขึ้นเครื่องสำหรับของใช้ส่วนตัว และ เสื้อผ้า เพื่อการปรับเปลี่ยนการแต่งกายที่เหมาะสมกับสภาพอากาศในวันที่เรามาถึง
เมื่อมาถึงสนามบินที่กรุงเวียนนา เรามีเวลา refresh ตนเองนิดหน่อย ที่ห้องน้ำสนามบิน ล้างหน้า แปรงฟัน เป็นไปได้ควรแต่งหน้าใหม่ และ ปรับการแต่งตัวให้เหมาะ เพื่อความพร้อมสำหรับการถ่ายรูป มิฉะนั้นอาจเกิดความรู้สึกเสียดาย ถ้าถ่ายรูปออกมาไม่งามเท่าที่ควร เพราะที่ๆเราจะไปเป็นที่แรกเป็นเมืองน่ารักๆ ที่ชื่อ เซนต์เทนเดอร์(Szentendre) เป็นเมืองที่มีร้านรวง ข้าวของพื้นเมือง มุมอาคาร ให้ถ่ายรูปอย่างสนุกสนานทีเดียว...
ตั้งแต่เราขึ้นรถ คุณ Super Guide ได้แจก Adapter สำหรับการเปลี่ยนหัวปลั๊กแบนที่เราใช้กันในเมืองไทย เป็นปลั๊กหัวกลม 2 หมุด ให้กับลูกทัวร์ทุกคน กระแสไฟที่ใช้ในประเทศยุโรปจะเหมือนกับประเทศไทย คือ 220-240 โวลต์ และคุณ Super Guide ก็แจกขนมกินเล่น และ น้ำเปล่า คนละขวด ที่อุตส่าห์หอบหิ้วมาจากเมืองไทยให้เราพอรองท้องยามนั่งรถ อาจเป็นเพราะมีความรู้สึกเดียวกันว่า อาหารเช้าบนเครื่องไม่อร่อยเลย กินไม่ได้ เขาจัดขนมปังก้อนหนาๆ แข็งๆ เย็นๆ มาให้... ยังดีนะที่ตอนอยู่บนเครื่องกินเรากิน dinner ก่อนนอน ถ้าไม่อย่างนั้นคงเหมือนหลายๆคน ที่รู้สึกหิว เพราะขณะนั้นเมืองไทยเป็นช่วงบ่ายแล้ว
หลายคนในคณะทัวร์ เริ่มหาซื้อของกิน ตามร้านค้าต่างๆในเมือง เซนต์เทนเดอร์ (Szentendre) แต่หามีไม่... ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายของซะมากกว่า... จะมีแต่เชอร์รี่ที่เขาใส่ไว้ในตระกร้า เป็นถุงๆ มีราคาเขียนไว้ แล้วมีกล่องวางข้างๆให้ใส่ตังค์... แต่ที่นี่เขาใช้สกุลเงิน เป็น “ฟอรินทร์” ไม่มีผู้ใด มีเงินสกุลนี้ซักราย... ว่าแล้ว คุณSuper Guide เราก็ไม่รอท่าซื้อเชอร์รี่ แจกลูกทัวร์คร้า... 555 ว่าแล้วชี ไม่ธรรมดา... เรามีเวลาอยู่ที่นี่ประมาณชั่วโมงเห็นจะได้... ไม่มากไม่น้อย... ถ่ายรูปกันสนุกสนาน
นั่งรถต่อบุก กรุงบูดาเปสต์ เมืองสวยเชียวมีแม่น้ำดานูป คั่นกลางดัง กรุงเทพ-กรุงธนบุรี เลย นั่งชมเมืองบนรถแบบตื่นตาตื่นใจ และแล้วเราก็ได้มาถึง จตุรัสวีรบุรุษ (Hero Square) ไกด์ท้องถิ่นรอเราอยู่ที่นั่น รูปปั้นแต่ละรูปเป็นสีเขียว ตาของแต่ละท่านนักรบช่างดูกร้าวกล้าเสียเหลือเกิน มองออกไปจากจตุรัสจะเจอถนนใหญ่ๆ แหล่งช็อปปิ้งใจกลางเมืองของที่นี่ ที่เขาเปรียบว่าเป็น ถนนฌ็องเซลิเซ่ แห่งกรุงปารีส แต่วันอาทิตย์ ร้านค้าส่วนใหญ่ในยุโรปจะปิดทำการ เราจึงไม่เห็นความคึกคักของถนนสายที่ว่านี้
คุณ Super Guide บอกว่า เราพอมีเวลาเหลือ เพราะวันนี้รถไม่ติด และ คณะทัวร์เราทุกคนตรงต่อเวลา ทำเวลาได้ดี เลยแถมให้ไปเยี่ยมชมอีกหนึ่งที่ก่อนรับประทานกลางวัน คุณSuper Guide พาเราไปชม St. Stephen’s Basilica -- โบสถ์ โรมันคาทอลิก ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับ Stephen กษัตริย์องค์แรกของ ฮังการี ... สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วยนะเนี่ย ของแถมที่คุณSuper Guide ไม่ธรรมดา... Local Guide ก็มากับเราด้วย เล่าถึงประวัติความเป็นมาอย่างตั้งอกตั้งใจ ... แต่ก็ไม่หมดอยู่แค่นั้น สงสัยว่าพวกเราชาวคณะทัวร์ทำเวลากันดีจริงๆ เรามีเวลามากพอที่จะเข้าไปชมด้านในโบสถ์อีกด้วย... เจ้าหน้าที่โบสถ์ขอให้เราทำบุญเล็กน้อยตามแต่ศรัทธา... ใกล้ๆโบสถ์มีร้านขายของที่ระลึกพื้นเมืองเป็นร้านใหญ่ทีเดียว ติดกับร้านกาแฟ Starbucks กำแพงตึกสวยงามน่ายืนพิงถ่ายรูป ไม่ว่าจะแหงนมองฟ้า เหม่อมองไกล ออกมาสวยเก๋น่าดูชมทีเดียว
ขอบ่นนิดหน่อยว่าอากาศวันนี้ร้อนมาก จากตอนลงเครื่องที่กรุงเวียนนา 19 องศาเซลเซียส พอมาถึงกลางกรุงปูดาเปสต์ เพิ่มกันไปถึง 30 องศาเซลเซียส กันเลยทีเดียว... ได้ข่าวว่านี่มันปลายฤดูใบไม้ผลิ ยังไม่เข้าฤดูร้อน ไฉนถึงเป็นเช่นนี้ได้ Local Guide บอกว่า วันก่อนยังอากาศเย็นอยู่เลย
ว่าแล้วก็ถึงเวลารับประทานอาหารกลางวัน วันนี้เราได้กินอาหารจีน ร้านชื่อ Taiwan ... คนในครัวเป็นคนจีน แต่คนเสิร์ฟเป็นฝรั่ง น่าจะไม่ได้เป็นร้านที่เจ้าของเป็นสายเลือดมังกร 100 % อาหารโอเค ไม่ได้มีอะไรน่าประทับใจ ซุปที่เสิร์ฟสอบตกอีกต่างหาก รสชาติไม่ผ่าน เนื้อสัมผัสไม่ได้เลย... แต่จานอื่นๆรับประทานได้ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างไร...
อีกอย่างที่จะแนะนำ สำหรับชาวเรา Social Network ควรเอาที่ชาร์จแบต iphone ติดกระเป๋าไปด้วย อารมณ์ไปไหนไปกัน ฉะนั้นขณะเรารับประทานอาหารก็สามารถต่อชีวิต iphone เราได้... สัญญาณ wifi สามารถขโมยใช้ได้ตามร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อหรือขณะที่รถจอดนิ่งตามสถานที่ต่างๆ... เราจะได้บอกความเป็นไปให้เพื่อนๆได้รับข่าวสารกันแบบ on time... ลองดู เป็นกิจกรรมเสริมความสนุกระหว่างเที่ยวกับคณะทัวร์
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เราก็เริ่มสำรวจเมืองกันต่อ โดย คุณSuper Guide พาไปที่ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) -- อนุสรณ์สถานที่รำลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมง ที่สละชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมืองจากการรุกรานของชาวมองโกล ซึ่งด้านบนเป็น โบสถ์ม็อทยอซ (Mathias Church) ซึ่งสร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 หลังจากนั้น บูรณะให้เป็นแบบ นีโอกอธิค (Neo-Gothic) และ นีโอโรมัน (Neo-Romanesque)... Local Guide ตั้งใจทำหน้าที่อย่างมาก ขณะที่พวกเราชาวคณะ ก็ตั้งใจฟัง ท่ามกลางแดดสาดลงบนหน้าตลอดเวลา... มาถึงช่วงนี้ดิฉัน เริ่มไม่ไหว กับรองเท้ามีส้นที่ใส่ตั้งแต่เช้า ถึงมันจะทำให้ถ่ายรูปสวยอย่างไร แต่ต้องบอกว่ามันไม่เหมาะกับสถานที่ไปแต่ละที่เลย เพราะ ส่วนใหญ่พื้นถนนที่เราเดินเป็นหินก้อนๆ ทำให้เดินลำบาก และก็เมื่อยมาก... พอถึงจุดนี้ดิฉันขอ bye การเดินขึ้นไปดูโบสถ์ด้านบน และ ก็ไม่ได้เดินดูป้อมโดยรอบ ขอนั่งพักตากลม ดูคนเดินไปมาดีกว่า...
ตอนแรกกะว่าเมื่อรถมารับจะเปลี่ยนรองเท้า แต่ว่าไม่สามารถทำได้เพราะรถจอดรับผู้โดยสารได้แป๊ปเดียวเท่านั้น เราก็นะ ไม่ได้เตรียมรองเท้าแบบไม่มีส้น ไว้ในกระเป๋าใบเล็กเสียด้วย... นึกว่าไหวไง ... ก็เลยต้องหอบสังขารใส่รองเท้าส้นงามล่องเรือชมแม่น้ำดานูปด้วย... สู้!!! รายการสุดท้ายแล้วนิ ก่อนเข้า check-in ที่โรงแรม แถมล่องเรือเขาให้นั่ง ไม่ได้ยืนสักหน่อย...
เมื่อล่องเรือชมเมืองเสร็จ เราก็ check-in ที่โรงแรม Mercure Budapest Buda คุณSuper Guide แนะนำว่าเราน่าจะขนกระเป๋าขึ้นไปที่ห้องเองเพราะว่า ถ้าเรารอเจ้าหน้าที่โรงแรมอาจจะช้า เพราะมีกลุ่มทัวร์ check-in ค่อนข้างมาก เราประเมินแล้วว่าถ้าคุณ Super Guide แนะนำสิ่งใดควรที่จะทำตาม เพราะเท่าที่ผ่านมา คุณ Super Guide ก็ดูแล และ รักษาสิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเราชาวคณะที่ควรได้รับตลอด มันเป็นความรู้สึกที่สัมผัสได้แม้เป็นระยะเวลาไม่นานที่เจอกัน... คุณ Super Guide แจ้งว่าเรามีเวลาอีกประมาณ 45 นาที ที่โรงแรม ก่อนขึ้นรถไปรับประทานอาหาร... เราก็ไม่รีรอที่จะใช้ประโยชน์จากการพักคนเดียว อาบน้ำ และ แต่งตัวใหม่... จะไหวไหมอะไม่ได้อาบน้ำมาตั้งแต่เมื่อวาน แถมร้อน เหงื่อออกตลอดเลย
แล้วเราก็ไปรับประทานอาหารค่ำ ที่ร้านอาหารชื่อ Citadella ตั้งอยู่บริเวณป้อมซิทตาเดลล่า (Citadella) ซึ่งเป็นจุดชมวิว และเป็นจุดที่สูงที่สุดของเมืองบูดาเปสต์ บริเวณร้านอาหารที่นั่งมีทั้งด้านนอกใกล้จุดชมวิว และด้านใน ซึ่งเราเข้าไปถึง มีอึ้งนิดๆ เพราะร้านดูดี เหมือนร้านที่เราเลือกไปในวันสำคัญ... แสงไฟสีส้มนวล ถ้า crop ภาพมองเป็นมุมๆจะเหมือนชวนกันมาเดท แต่พอเห็นภาพกว้างทั้งห้อง... 5555 เรามาเดทเป็นกลุ่มใหญ่กันเลยทีเดียว เรารับประทานกันในห้องที่เขาจัดไว้ ไม่ใหญ่มากนัก แล้วการแสดงพื้นเมืองเขาก็จัดให้เราดูใน private room ที่เรารับประทานอาหารกันนี่แหละ... ช่าง executive เสียนี่กระไร... การแสดงมีหลายชุด ทั้งเต้นเดี่ยว เต้นคู่ ร้องเพลง เล่นดนตรี ขับกล่อมขณะที่เรารับประทานอาหาร จนชาวคณะเพลิดเพลินกันอย่างมาก อาหารคืนนี้เสิร์ฟอาหารพื้นเมืองฮังการี เริ่มด้วยซุป และ ปลาเป็นอาหารจานหลัก มีเสิร์ฟ Blood Wine ควบคู่ไปด้วย...
หลังจานรับประทานอาหารค่ำเสร็จสรรพ เราก็ออกมาบริเวณจุดชมวิวด้านหน้าของร้าน เพื่อถ่ายรูปกับเมืองบูดาเปสต์ ที่มีแม่น้ำดานูปไหลผ่าน พร้อมกับรอพระอาทิตย์ตกยามเย็นประมาณ 18.30 น. บรรยากาศโรแมนติกจริงเชียว...
โปรแกรมจบละวันนี้ พอถึงโรงแรม พร้อมกระโดดลงเตียงนอน โดยไม่รีรอให้ลำไส้ย่อยอาหารที่เพิ่งกินไปไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมา หลับละนะ ราตรีสวัสดิ์ บูดาเปสต์ ....
|