Search      
 
  Places i Go  

  P4: London Happy Winter 2011 (2)  
     
 
   

To B Continue .....

และในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะมี Winter Wonderland ป็น fun fair มาเปิดบริเวณ Hype Park พร้อมเครื่องเล่นโหดๆ สนุกๆ อารมณ์ถ้าให้เทียบเคียงก็คือ งานวัด นั่นแหละ แต่นี่เป็นงานวัดแบบฝรั่ง อากาศหนาวๆ  เย็นๆ ซึ่งมีเกมส์ต่างๆ ให้เล่นเหมือนงานวัดบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นยิงปืน ปาลูกบอล ปาห่วง ยกเว้นสาวน้อยตกน้ำ อันนี้ไม่เห็น 555  รางวัลก็จะเป็นหมีตัวเล็ก ตัวใหญ่ ได้กันไปตามความสามารถ และ โชค ..... ;)  

พอเข้าเดือนธันวาคม กิจกรรมสาธารณะต่างๆ ตามหน้าปฏิทินลอนดอนก็มีให้ไปเข้าร่วมประสบการณ์อยู่หลายเหตุการณ์ เช่น Boxing Day เทศกาลลดราคาแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์ของห้างต่างๆ ทั่วกรุงลอนดอน ปีนี้คือวันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม หลังคริสต์มาส ซึ่งเป็นช่วงที่รถไฟฟ้าใต้ดิน Strike หยุดทำงาน  พวกเรานั่งรถประจำทางหลายต่อทีเดียวกว่าจะถึง Oxford Street และไม่ใช่ว่ารถเมล์ทุกสายจะวิ่งให้บริการในวันนั้น พวกเราออกจากบ้านกันค่อนข้างสาย เพราะไม่มีใครมีเป้าหมายที่อยากได้ของสิ่งใดโดยเฉพาะอย่างเอาเป็นเอาตาย ไปถึงก็หลังเที่ยงแล้ว แต่คนก็ยังเยอะอยู่ เราแยกย้ายกันเดิน เริ่มต้นจาก Selfridges เดินสำรวจตรวจตราว่าของที่ราคาดีเป็นของที่เราอยากได้หรือไม่ เพราะสินค้าแบรนด์บางอย่างก็ไม่ลด เช่น กระเป๋าซองใส่ iPad ที่เราอยากได้กัน เดินชมบรรยากาศเรื่อยมาจาก Oxford Street, Bond street, Old Bond Street แล้วแวะมานั่งกิน Hot Chocolate ที่ร้าน Cecconi’s ก่อนเดินต่อที่ Carnaby Street แล้วเข้า Liberty ห้างเก่าแก่ที่โครงสร้างยังเป็นไม้สุดแสนจะ classics เราเดินกลับมาที่ Selfridges อีกครั้ง เพื่อรวมพลกลับบ้านด้วยกัน ระหว่างวันเราก็เจอะเจอคนจีน คนไทย หัวดำชาติอื่นๆ มากมายตามท้องถนน ไม่เห็นฝรั่งสักเท่าไหร่เลยในวันลดราคาแห่งชาติลอนดอน ตอนขากลับคนรอรถแน่นเหลือหลาย กระเบียดกระเสียนแย่งกันขึ้นรถอีกเป็นร้อย เหนื่อย เหนื่อย ดูลำบากกับการ shopping ครั้งนี้  สนุกดี แต่ปรากฎว่าไม่ได้ของเป็นชิ้นเป็นอันกลับบ้านเลย 5555

กลับบ้านมานั่งดูทีวี เห็นคนไปยืนรอก่อนเข้าห้างตั้งแต่ก่อนไก่โห่เพื่อแย่งชิงสินค้าแบรนด์ดังในราคาพิเศษมาเป็นของตน...  เหอะ เหอะ ดูแล้วก็นะ แปลความรู้สึกของตนเองไม่ออกเหมือนกัน .... แต่ละคนอาการ เหมือนนางเอกของหนังเรื่อง Shopaholic เลย :)

ที่ Harrods จะเปิด sale หลังจาก Boxing Day 1 วัน แต่วันนี้เราไม่ได้ออกจากบ้าน เพราะลองเดินไปสำรวจก่อนหน้านี้แล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องตาต้องใจเป็นพิเศษ จึงเก็บพลังงานไว้ไป shop ในสัปดาห์สุดท้ายของปี ซึ่งเป็นวันที่ผู้มีบัตรสมาชิกสามารถใช้สิทธิ์ลดทุกอย่างได้จากป้ายอีก 10% 

มีสองเหตุการณ์ในเดือนธันวา 2011 ที่คงไม่ลืมเลือนเลย คือ ได้ไปเข้าพิธีมิสซาที่ St. Paul ในคืน Christmas Eve และร้องเพลง Silent Night ในคืนนี้อีกด้วย เพลงนี้เป็นเพลงที่ร้องทุกๆ ปี ช่วงเทศกาลคริสต์มาส สมัยเด็กๆ ตั้งแต่สมัยประถมตอนอยู่โรงเรียนอัสสัมฯ ซึ่งเป็นโรงเรียนคริสต์ ร้องได้จนจำขึ้นใจ พอมีโอกาสได้ร้องเพลงนี้ในวันสำคัญ และร้องอยู่ในศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เลยได้อารมณ์ประมาณว่า ฝันที่เป็นจริง ยังงัยยังงั้น.... 

   

อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ ได้ไป Count Down ปี 2012 เราออกจากบ้านกันตั้งแต่ 1 ทุ่ม หอบของเตรียมเสบียงเพื่อไปฉลอง มีทั้ง Wine, Champaign, Sandwich และ Snack หลากหลาย พร้อมด้วยเสื่อกกแบบบ้านๆ จากเมืองไทย 1 ผืน คืนนี้แก๊งเรามีทั้งหมด 6 คนนั่ง tube ไปลงสถานี Westminster  เดินเรียบตามแม่น้ำ Theme มาตามถนน Victoria Embankment เดินๆ มาเรื่อยๆ คนเยอะแต่ก็ไม่มาก เพราะเรามีประสบการณ์การเดินท่ามกลางไทยมุงมาเยอะ อันนี้เบาเบา ไม่ว่าจะเรื่องอากาศ กลิ่น และความแออัดของผู้คน สถานการณ์ที่เคยเจอในเมืองไทยเลวร้ายกว่ามาก.... เดินมาสักพักเราก็เจอสมรภูมิที่คู่ควรกับการดูพลุฉลองปีใหม่กับสาธารณชน ไม่พูดพร่ำทำเพลง เอาเสื่อกกที่เรานำมาจากบ้านกางออกปูนั่งกันหน้าตาเฉย เป็นเป้าสายตาของคนบริเวณนั้นเป็นอย่างยิ่ง ..... ก็มันเมื่อยนิ ใครจะไปยืนรอ อีกตั้งเกือบสี่ชั่วโมง ถึงจะเที่ยงคืน ....  ที่ที่เราจองนั่งกันนั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ London Eyes แบบ face to face กันเลยทีเดียว....  เมื่อเรานั่งกันสักพัก คนกลุ่มข้างๆ ก็เริ่มชวนคุย เขาเล่าว่าเขามากันทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 8 แล้ว และก็มายืนตรงนี้ทุกครั้ง โอ้ว้าว..... ยิ่งส่งเสริมความมั่นใจในการเลือกทำเลของเรายิ่งนัก.... และคืนนี้อากาศก็เป็นใจ หนาวพอประมาณ และมีฝนตกลงมาบ้างประปรายระหว่างรอ ....  ความตื่นเต้นเริ่มมาเยือน ในช่วง 5 นาทีก่อนเที่ยงคืน และแล้วเราก็เริ่มนับ 5 4 3 2 Happy New Year! .... หอนาฬิกา Big Ben เริ่มตีบอกเวลาว่าเราข้ามปี เสียงตะโกน Happy New Year!  เปิด Champaign ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างพร้อมๆ กัน

   

พลุก็เริ่มถูกจุดขึ้นบนท้องฟ้าตั้งแต่เสียงจาก Big Ben ดังขึ้น สีของ London Eyes ถูกเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลากหลายสีอย่างต่อเนื่องเกือบ 20 นาที และแล้วทุกอย่างก็จบลง แต่มหกรรมการเดินหาทางกลับบ้านก็เริ่มขึ้น เราเดินเท้าจาก Westminster Bridge ผ่าน St. Jame Park จนถึง Green Park และมาต่อรถเมล์ หาทางขึ้นต้นสายของ Jubilee line เพื่อนั่ง tube กลับบ้าน ที่ Canada Water ตลอดทางคนเยอะมาก และรถบริการสาธารณะไม่ได้ให้บริการอย่างเต็มที่ แต่ดีที่วิธีที่น้องๆ เลือกกันนี่ ทำให้กลับบ้านกันอย่างไม่สาหัสมากนัก.....

นอกจากนี้ เราก็จะสรรสร้างกิจกรรมนอกบ้านกันอยู่เป็นประจำ จะได้ไม่เอาตัวเองซุกอยู่ในผ้าห่มตลอดเวลา เพราะอาการเฉาจะเข้ามาเยือนได้ มีคืนหนึ่งที่น้องๆ ทำรายงานกันเสร็จแล้ว เราก็ออกไปโรงหนังกันที่ The O2 Areana  เป็นคล้ายๆ impact บ้านเรา ซึ่งห่างจากบ้านที่อยู่ไปแค่ 2 สถานี ค่าหนังที่นี่ค่อนข้างแพง 10 ปอนด์ ประมาณ 500 บาทไทย แต่ที่นั่งก็สุดแสนจะธรรมดาเอามากๆ ...  บางวันก็ตามน้องไปเข้าชั้นเรียนในมหาวิทยาลัย ไปฟัง Lecture ... และกิจกรรมอีกอันคือ ตระเวนตามไปดูน้องๆ แต่ละคนปฎิบัติงานตามร้าน เช่น Thai Square City, Fat Boy (Thai restaurant), Starbucks, Costa โดยเมื่อไปถึง แต่ละน้องจะบริการแบบพิเศษๆ เหนือระดับ ประกอบกับ กินพิเศษ และ จ่ายตังค์แบบพิเศษอีกด้วย อิ อิ

การเดินเที่ยวชมเมือง ชมผู้คน อันนี้เป็นกิจกรรมหลักๆ ของเราเลย ความสุขง่ายๆ เวลาไปเที่ยวต่างถิ่น ฉะนั้น ร้านกาแฟหรือร้านชาสไตล์ cafe จะเป็นร้านที่จะเข้าไปเยี่ยมเยี่ยนอุดหนุนอยู่ตลอดๆ แล้วก็มีหลายร้านในลอนดอน ที่อยากจะแนะนำ แต่คงเขียนอีกทีในหัวข้อ Afternoon Tea To All day Coffee

   

   

อีกแหล่งที่น่าเดินเที่ยวคือ Borough Market ตลาดสดใจกลางกรุงลอนดอน อยู่ตรง Sothwark ใกล้ Tower of London จะมี Trader นำผักผลไม้สดๆ มาขาย แบ่งเป็น 3 โซนคือ Jubilee, Middle แล้วก็ Green Market .... เนื้อสัตว์ที่นำมาขายที่นี่มาจากฟาร์ม ระบุแหล่งผลิตและที่มาชัดเจน ราคาจะแพงกว่าใน Super Market ติดแอร์ตามห้างเสียด้วยซ้ำ อย่างหมูสันในที่มาจาก Ginger farm ราคาสูงถึง 15 ปอนด์ต่อกิโลกรัมทีเดียว ถ้าเดินที่ตลาดเสร็จแล้ว ก็เดินลัดเลาะมาชม Tower Bridge เดินเข้ามาจาก Hay’s Galleria เดินเล่นเลียบแม่น้ำ Theme ก็ได้ อยู่ไม่ไกลกัน 

ตอนนี้พอจะเดินลัดเลาะจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งได้โดยไม่ต้องเสียเวลาขึ้น-ลง tube โดยไม่จำเป็น เช่น การเดินจาก Holborn ผ่าน Covent Garden และเดินผ่าน Leicester Square มายัง Piccadilly Circus โดยใช้ Great Queen St. เชื่อมต่อ Long Acre St. สู่ Cranbourn St. และ Coventry St. ที่เป็นถนนยาวต่อกัน ซึ่งจะมีถนนใหญ่ชื่อ Charing Cross Rd ตัดระหว่างทางหนึ่งเส้น

พอมาถึง Piccadilly Circus กับคิวปิดรูปงาม อันนี้เริ่มสบายละ จะมีถนนใหญ่ๆ ที่ต้องทำความรู้จักอีก 2 สาย คือ Regent Street และ Piccadilly เราสามารถเดินจากจุดนี้ไปตามถนน Regent Street จนไปตัดกับถนนสาย Shopping - Oxford Street ได้เลย.... หรือ จะเดินเล่นกินขนม ดูร้านหนังสือบนถนน Piccadilly แล้วค่อยเดินเข้า Bond Street ก็สามารถไปสู่ เส้น Oxford Street ได้อีกทางหนึ่ง

ถนน Piccadilly เป็นทางเดินกลับบ้านไปขึ้น tube ที่สถานี Green Park เป็นถนนที่มีร้านกาแฟน่ารัก ซึ่งขนมอร่อยมากกกอยู่หลายร้าน เช่น Partisserie Valerie, Caffe’ Concerto หรือ Kahve สัญชาติ Istanbul  และ มีร้านขายหนังสือเก่าแก่ Hatchard’s ที่เปิดมานานตั้งแต่ปี 1797 บนถนนสายนี้อีกด้วย

พูดถึงเรื่อง Shopping  Bicester Village  เป็น Outlet ตั้งอยู่ที่ Oxfordshire อยู่ไม่ห่างจากลอนดอนมากนัก ขึ้นรถไฟที่ Marylebone Underground Station และซื้อตั๋วที่ Ticket Office ให้บอกว่า ไป Bicester Village  ถ้าไปกัน 4 คน จะได้เป็นราคาตั๋ว Group 72.80 ปอนด์ เพราะถ้าไปเดี่ยวจะราคา 18.20 ปอนด์  นั่งรถไฟแล้วมาลงที่สถานี Bicester North ด้านหน้าสถานีจะมีรถ coach มารอรับไปส่งถึง outlet เลย

สินค้าจะลงประมาณวันพฤหัส ถ้าจะให้ดีไม่ควรไปวันท้ายๆ ของอาจไม่มีให้ shop... ที่นี่ไม่ใหญ่มากนักเดินวันหนึ่งก็เต็มที่ shop ที่น่าสนใจสำหรับเราก็ Prada, Paul Smith, Clarks, Ted Baker, Cath Kidston และพวกเครื่องครัวทั้งหลาย เช่น Bodum, Le Creuset  ซึ่งราคาดีมากๆ จริงๆ เมื่อเทียบกับที่เมืองไทย 

การกลับมาเยือนลอนดอนครั้งนี้ ทำให้เราเหมือนนั่ง time machine ย้อนกลับไปใช้ชีวิตสมัยเรียนอีกครั้ง อยากขอบคุณสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เราได้มาใช้ชีวิตเสี้ยวหนึ่งร่วมกัน ยินดีที่ได้รู้จักทั้งน้องๆ ทุกคน ทั้งน้องขาประจำบ้าน และขาจร  ตลอด 8 สัปดาห์ บ้านเราไม่เคยเงียบเหงากันเลยทีเดียว เพราะเราจะมีคนมานอนค้างบ้านเราเกือบจะทุกวัน บางวันมากกว่าสมาชิกในบ้านเสียอีก :) บ้านนี้เราอยู่ด้วยกันประหนึ่งบ้าน AF เพราะ เป็นบ้านที่ไม่เก็บเสียงและพฤติกรรม  อารมณ์ว่าจะอยู่หน้าบ้านหลังบ้านก็เหมือนอยู่ด้วยกัน....

   

และต้องขอขอบคุณ เพื่อนนัท และคุณเพื่อนบ้านต๋อง ที่ช่วยขนหนังสือและสัมภาระอันมีน้ำหนักกลับกอทอมอ.... ดีใจที่มีเวลา hang out กันยามอยู่ต่างถิ่น และมอบสิ่งดีๆ เสมอมา.... ดีใจที่ได้เจออาจารย์(น้อง)หนุ่ม ผู้ที่จะเป็น Dr. ในเร็ววัน ขอบคุณสำหรับ Christmas Card ใบแรกสำหรับปีนี้ สัมผัสได้ถึงความน่ารักและความตั้งใจที่มอบให้.....

ขอบคุณน้องๆ ที่มาส่งขึ้นเครื่องวันกลับ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ Jet Air ที่ทำการลัดคิว check in และ upgrade ที่นั่งโดยไม่รู้จักกันมาก่อน ทำให้ได้รู้ถึงความสบาย ความถูกเอาใจใส่ ที่ต่างจากชั้นประหยัดเป็นอย่างไร

ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้มาอีก.... คงไม่ช้าไม่นาน .... ตราบใดที่สายใยระหว่างเราและผู้คนที่นี่ยังไม่เสื่อมคลายลง....

Bye Bye London.... C  U again ...... ;))

 

Rrin Rrin

FB: Rrin Rrin
IG : rrinrrinlee

 

************************************************************************

C more Photos  www.homeiam.com/photo_detail.php?t_id=1111000018

 
  Share  
     

^ Go to top

  Know Rrin LEE  
   
 

Rrin is Thai born Home Chef
at IG : t
hehomechef.studio

Thai Flora Garland Specialist at IG: rrin.thaicraft

Restauranteur of #TheLEEfamilyThai

Blogger on FaceBook: 
Rrin Story

 
  more>>  

  Events i Organize  
E26: NIST International School
read more>>

  Flowers i Make  
FL07 : วันแรกของการสอนมาลัย ปี 2020
read more>>

  Foods i Love  
F31 : MEAL BOXes | LEE KITCHEN x The Home Chef Studio : 26 April

#LEEKitchen × #ThehomechefStudio

MEAL Boxes รอบศุกร์ที่ 26 เมษายน มาแล้ว มาแล้ว  "เต้าหู้ทรงเครื่องหม้อดิน" เมนูที่ขึ้นต้นเป็นเต้าหู้ แต่ยังมี หมูแดง แฮม ปลาหมึก กุ้ง และเนื้อปูตามมาด้วย ผักกาดหอม ถั่วลันเตา และเห็ดหอม อย่างครบในหม้อเดียว ....

MEAL Boxes set จะมีข้าวหอมมะลิ คู่กันไป 1 กล่อง รับประทานได้ 2 คน ข้าวหอมมะลิเราใช้วิธีการนึ่งเพื่อให้ข้าวยังคงหอมและนุ่ม เมื่อ รับประทานกับ "เต้าหู้อบหม้อดิน" นั้น จะฟินมาก 

  • เต้าหู้หม้อดิน + ข้าวหอมมะลิ 1 กล่อง : 390.-

ถ้าอยากเพิ่ม เมนูเคียง กินคู่ แนะนำ

  • แฮ่กึ๋น เนื้อกุ้งฉ่ำ เซท 4 ชิ้น : + 250.-
  • กุ๋ยฉ่ายทอด แป้งบางกรอบ ไส้กุ๋ยฉ่ายผัดหอมด้วยแฮม มีกุ้งผสม เซท 2 ชิ้น : +125.-

สนใจทักสั่งได้เลยนะคะ inbox ได้ หรือจะทักไลน์
Line : rrinlee รับออเดอร์ถึง พรุ่งนี้ (24/04) บ่ายสองโมงค่ะ

รับ MEAL Boxes set ได้ใน วันศุกร์ที่ 26 เมษายน ตั้งแต่ 10.45 น. เป็นต้นไป ที่ ลีเพลซ พรพราม 3 ซอย 25
เราบริการเรียกแกรป เก็บค่าส่งปลายทางค่ะ
#TheLeeFamilyRecipes

read more>>