" ถ้าคุณมีเวลาหนึ่งวัน กับคนพิเศษ ที่ลอนดอน คุณจะทำอะไร :) "
เอ! ที่ที่เราจะไปจะเหมือนกันหรือเปล่า ลองตามมาดูกันน้าา.......
เริ่มต้นวันกันเลยละกัน อย่างแรกตั้งนาฬิกาปลุก ตื่นไปรับประทานอาหารเช้าด้วยกันที่ร้าน Cecconi’s ร้านนี้น่านั่ง บรรยากาศดี snob snob เล็กน้อย พนักงานดูดี และราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับร้านระดับเดียวกันในลอนดอน ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ถนน Burlington Gardens ใกล้สถานี Piccadilly Circus แล้วเดินตาม Regent Street มุ่งหน้าไปยัง Oxford Street หาไม่อยากเท่าไหร่...
ร้านเปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้าเลยทีเดียว ที่เลือกร้านนี้เพราะมีเมนูอาหารเช้าให้เลือกโดยเฉพาะ.... แล้วโดยส่วนตัวชอบเมนูไข่ ยิ่งถ้าได้เห็น Poached Egg ขาวๆ กลมๆ สวยๆ มีอันได้กรี๊ด ด้วยความเบิกบานและเป็นสุขใจเลยทีเดียว
เมนูไข่ที่นี่มีให้เลือกหลายหลาย อาทิเช่น Omelette/ Scramble egg/ Egg Benedict, Florentine, or Royale แล้วก็จะมี Bakery และเครื่องดื่มต่างๆ ให้เลือกเกือบ 30 รายการ .... สำหรับที่นี่เราแนะนำ Hot Chocolate เพราะการชงเครื่องดื่มแก้วนี้ดูออกจะพิเศษ พนักงานเสิร์ฟจะยกแก้วใสใบโตใส่ฟองนมร้อนๆ มา ตอนแรกอาจจะตกใจนึกว่ายกมาผิด.. ดีนะที่คนไปด้วยเบรคไว้ทันซะก่อน... เค้าจะเทซอสช็อคโกแลตลงบนฟองนมให้เราที่โต๊ะ จากแก้วนมขาวๆ ก็จะมาเป็นช็อคโกแลตร้อนดังที่สั่งไว้ อันนี้ชอบชอบ เพราะรู้สึกพิเศษอย่างบอกไม่ถูก เสมือนแขกวีไอพีมาเองเลยทีเดียว .....อันนี้ต้องลอง...
หลังจากนั้นเราจะไปนั่งรถชมเมือง รถที่อยากนั่งเป็นรถบัส 2 ชั้นรุ่นโบราณ (Route Master) วิ่งให้บริการระยะสั้นๆ และผ่านจุดสำคัญๆ ของลอนดอนหลายแห่งซึ่งมีเหลืออยู่แค่สองสาย คือ สาย15 และ สาย 9
ขึ้นไปนั่งแล้วจะได้ความรู้สึกคลาสสิกและโรแมนติกมากเลยทีเดียว รถรุ่นนี้ไม่ค่อยแออัด... มีกันอยู่แค่สองคนทั้งคัน ประหนึ่งจ้างรถมาขับให้แบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว... ขึ้นไปนั่งชั้นสองนะคะ จะได้ชมวิวชัดๆ กระจกรถรุ่นนี้ใสมากๆ ทำให้ถ่ายรูปบ้านเมืองสวยๆ ได้อย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ยังใช้คนตรวจตั๋วอยู่เลย ซึ่งเขาจะอยู่ชั้นล่างตรงประตูทางขึ้น
รอขึ้นรถที่ Trafalgar square ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Charing Cross รถรุ่นนี้นานๆ จะมาสักคัน ใจเย็นๆ รอไป เดี๋ยวเขาก็มานะคร้า.....
สาย 15 : วิ่งให้บริการตั้งแต่ป้าย Trafalgal Square ถึง Tower Hill รวมระยะทาง 5 กม. จะผ่าน Aldwych และ Cannon Street
สาย 9 : วิ่งให้บริการตั้งแต่ป้าย Aldwych ถึง Kensington รวมระยะทาง 5 กม. ผ่าน Trafalgar Square, Piccadilly Circus, Hyde Park Corner และ Knightsbridge
พอมาถึง Hype Park Corner ลงจากรถมาปั่นจักรยานในสวนกัน จะมีจุดรถจักรยานให้เช่า Barclays Cycle Hire เช่าภายใน 24 ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ 1 ปอนด์เท่านั้นเอง แต่ถ้าใช้จักรยานไม่เกิน 30 นาที ก็จะไม่เสียตังค์ เมื่อขี่เสร็จไม่จำเป็นต้องนำกลับมาที่จุดเดิม สามารถคืนที่จุดให้เช่าอื่นได้เลย
ปั่นจักรยานในสวนสาธารณะให้ความรู้สึกที่ดีแม้จะเป็นวันที่มีอากาศเย็น เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง โดยเฉพาะมีคนพิเศษปั่นจักรยานไปกับเรา ได้สัมผัสธรรมชาติกลางเมืองใหญ่ ท่ามกลางความเขียวชะอุ่มและผู้คนที่มาออกกำลังกายในสวน... เป็นบรรยากาศนึงที่มีความสุขและน่าจดจำ :)) feel นี้ขอแนะนำมากๆ เลย
เราคืนจักรยานอีกฟากหนึ่ง ฝั่ง BaysWater แล้วต่อไปกินเป็ด Four Seasons กัน สาขานี้เป็นสาขา Original เป็ดที่นี่เป็นเป็ดเมืองหนาว จะอ้วน ไขมันค่อนข้างเยอะ ถ้ากลัวอ้วนก็ส่งให้คนข้างๆ ทานก็ได้ ;) อีกเมนูที่สั่งประจำนอกเหนือจากเป็ดแล้วก็คือ Hot and Sour Soup มาทีไรกินทุกทีเลย....
ต่อจากนั้นเราจะไปเดินริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ โดยเริ่มจาก Westminster Abbey และ Big Ben เดินมายัง London Eye, Hungerford Bridge, Victoria Embankment ผ่าน Waterloo Bridge, Millennium Bridge, St. Paul’s Cathedral, Shakespeare’s Globe, Southwark Bridge ถึงตรงนี้เราก็จะผ่าน London Bridge เดินเรื่อยมา HMS Belfast และวกเดินข้าม Tower Bridge ไปจบการเดินเที่ยวของเราที่ Tower of London
ระหว่างทางที่เดินมาเราจะผ่านร้านน่ารักๆ ทั้งแบบ restaurant, cafe และ ร้านที่เป็นบูธ กางเต็นท์แบบชั่วคราว หรือแม้กระทั่งรถเข็น บางครั้งแนวทางเดินจะมีการจัดนิทรรศการ เดินด้วยกันสองคนได้แบบไม่เบื่อกันเลยทีเดียว มากไปกว่านั้น เราจะถูกเรียกให้ช่วยถ่ายรูปจากนักท่องเที่ยวที่เราเดินผ่านตลอดระยะทาง สนุกสนานกันไปอีกแบบ...
มื้อค่ำเราเลือกมานั่ง Love Love กินกันที่ Carluccio’s ร้านอาหารอิตาเลี่ยน ขอเลือกที่สาขา St.Christopher’s place ซึ่งอยู่ด้านหลัง Selfridge’s ร้านนี้ตกแต่งเป็น ธีมสีฟ้าน้ำทะเล.. สีโปรด ดูแล้วสบายตา การจัดร้านดูลงตัว บรรยากาศสบายๆ สไตล์ Cafe’ กับอาหารค่ำฉบับเบาๆ สลัดทูน่า กับชื่อที่เรียกยากๆ ของร้าน "Insalata Nicoise" และ Pasta อีกคนละจาน......
สำหรับหนึ่งวันกับใครสักคนในลอนดอน เท่านี้เราก็อมยิ้มแล้ว....สุขลึกๆ กับโลกที่หมุนไป.....ตามกาลและเวลา ไม่มีอะไรเหมือนเดิม แต่แล้วสิ่งที่เหลืออยู่ก็คือ ความรู้สึกและความทรงจำ....
มันก็แปลกดี บางครั้ง "ความรัก เกิดขึ้นแล้วหายไป แต่ความผูกพัน มันก่อให้เกิดพันธนาการในจิตใจ ที่มากกว่าความรัก"
โอ๊ะ โอ โอ๊ะ โอ.... เริ่มจะ in ซะแล้ว ..... เอาเป็นว่า.... ขอให้มีความสุขในวันแห่งความรัก
และอย่าลืมว่าที่สุดของความรัก คือ การให้อภัย.....ก็แล้วกัน..
Happy Valentine's Day, Every One ...
Rrin Rrin
FB: Rrin Rrin IG : rrinrrinlee
|