มาเยือน ลันดั้น อีกครั้ง หลังจากปี 2001 ก็ไม่ได้มาที่นี่อีกเลย นี่ 11 ปีแล้ว ไม่น่าเชื่อ ลอนดอนขยายตัวมากขึ้น ดูได้จาก Tub Map เมื่อก่อนตารางรถไฟฟ้าใต้ดินสามารถบรรจุลงในแผ่นโปสการ์ดได้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว ทำให้เรารู้สึกว่าเมืองที่เขาเต็มที่แล้ว เขาก็ยังไม่หยุดพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้สมบูรณ์เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองที่เกิดขึ้น อันนี้รู้สึกนับถือมาก ทางฝั่งตะวันออกของลอนดอนก็ขยายขึ้นมาก บริเวณมาที่พัก สถานีชื่อ Canada Water สาย Jubilee (สีเทา) เมื่อก่อนแถวนี้จะไม่มีอยู่ในแผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินเลย ออกมาจากสถานีจะเห็นโครงการคอนโดกำลังสร้างอยู่รายล้อม แถบนี้จะเป็นส่วนต่อขยายของลอนดอน ที่แถวนี้จะเป็นย่านที่พักอาศัย เลยไปหน่อยจะเป็น Canary Wharf ย่านคนทำงาน
มาคราวนี้ ก็เพิ่งได้มารู้จัก Oyster Card เป็นบัตรเติมเงินสำหรับการเดินทางทุกประเภทในลอนดอน ไม่ว่าจะเป็น UnderGround/ Overground Bus Train ควรซื้อเอาไว้เลย เพราะสะดวกมากเวลาเดินทาง ซื้อบัตรแล้วเติมเงินเป็นรายสัปดาห์ บอกที่เคาร์เตอร์ว่า เดินทางภายใน Zone 1 และ 2 และ Top up เพื่อไว้ในกรณีที่เราเดินทางออกนอก Zone
มาถึงเป็นวันอาทิตย์สุดสัปดาห์พอดี เราเริ่มไปเที่ยวตลาดนัดที่ต่างๆ กันเลยดีกว่า :)
Aldgate East Station : Brick Lane เป็น Sunday Market แถวนี้เป็นบริเวณค่อนข้างกว้าง มีทั้ง Backyard Market, Sunday Upmarket มีคนเอาของมาแบกับดินขายมากมาย ทั้งดอกไม้ ต้นไม้ เสื้อผ้า จานชาม ของใช้ในบ้าน เครื่องอุปโภค-บริโภค ของจิปาถะ หรือแม้กระทั่งกระสอบทราย เดินแถวนี้อาจไม่รื่นรมย์แต่สนุกดี ได้บรรยากาศมาเดินตลาดนัดแบบฝรั่งๆ ตามถนนอาจจะมีการแสดงบ้างประปราย อาหารที่มาขายก็เป็นแบบกินง่ายๆ เอาแบบเดินกิน หรือต้องที่นั่งกินเองบนถนน
Camden Town Station: ย่านเก๋ๆ อีกย่านที่อยากแนะนำให้ไป คือ Camden Town ทางเหนือของลอนดอน อารมณ์เป็นตลาดนัด แต่ร้านแถวนี้มีการตกแต่งแบบกิ๊บเก๋ มีบุคลิกเท่ห์ๆ เป็นของตนเอง เป็นแหล่งฮิปปี้ๆ แต่งตัวแรงๆ เดินเที่ยวแถวนี้ก็ให้ระวังนิดนึง มาแถวนี้ให้ไปตรง Camden Lock จะมีประตูกั้นน้ำในคลอง ซึ่งแบ่งส่วนต่างๆ ของคลองออกเป็นล็อคตามระดับความสูงต่ำของพื้นที่ เวลาเรือแล่นมาจากคลองที่มีระดับน้ำต่ำกว่า จะมีคนมาปล่อยน้ำจากส่วนที่อยู่สูงกว่าเข้าไปในล็อคจนได้ระดับ ทำให้เรือแล่นต่อไปได้
Covent Garden Station: แล้วอีกท่ีหนึ่งที่พลาดไม่ได้ในบรรยากาศแบบตลาด คือ Covent Garden, โคเวน การ์เดน เป็นตลาดเก่ามานานกว่า 300 ปี ซึ่งเริ่มจากมีบาทหลวงจากมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์นำผลไม้มาวางขาย ต่อมาได้พัฒนาพื้นที่ให้เป็นตลาดขาย ผัก ผลไม้ และดอกไม้สด และเปลี่ยนมาเป็นตลาดขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และงานฝีมือ ... ตัวโครงสร้างของอาคารยังเป็นรูปแบบเดิม ทั้งพื้นถนนที่ปูด้วยหินหรือป้ายร้านค้า ด้านหน้าจะมีเวทีกลางแจ้ง มีการแสดงแบบเปิดหมวก สร้างสีสัน และความบันเทิง ส่วนกลางของตลาดจะขายของพวกงานฝีมือ และสินค้าแบรนด์ต่างๆ และบริเวณชั้นใต้ดินจะเป็นที่ตั้งของ pub, bar และร้านอาหาร
Notting Hill Gate Station: ไปครั้งนี้ ได้เที่ยวงานคาร์นิวาลที่น็อตติงฮิลล์ (Notting Hill Carnival) ซึ่งมีประจำทุกปีในเดือนสิงหาคม เป็นงานของชาวผิวดำแถบแคริบเบียนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ โดยจัดขึ้นตั้งแต่ปี 1966 มีพาเหรด ขบวนแห่ มีการร้องรำทำเพลง แต่ละขบวนแต่งตัวสีฉูดฉาด เดินแล้วต้องระวังดีๆ เพราะมีการสาดช็อคโกแลตกันอย่างสนุกสนานอีกด้วย
ปกติแล้ว Potobello Street จะมี Potobello Market ซึ่งเป็นตลาดนัดขายของประเภทงานแฮนด์เมด ของเก่าสะสม วัตถุโบราณ ร้านค้าทั้งสองฝั่งจะตกแต่งแบบกิ๊บเก๋ และในวันเสาร์-อาทิตย์จะคึกคักมาก เพราะจะมีแผงลอยมาเปิดขายมากกว่าปกติ
จบจากการเดินเที่ยวตลาดนัด ที่ต่างๆ ในลอนดอน คราวนี้เราจะมาต่อที่ที่เรืยกว่า “A Must To Visit” ที่ที่เขาเรียกว่า ลันดั้น
Westminster Station : เริ่มจาก Westminster Station ออกมาก็จะเจอทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Big Ben - Houses of Parliament - Westminster Abbey และ เมื่อมองข้าม Westminster Bridge ก้อจะพบ London Eye - Golden Jubilee Bridge อยู่อีกทางด้านหนึ่ง
Green Park Station : อีกอันที่ไม่น่าพลาดแต่ต้องตื่นเช้าหน่อย คือพิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารรักษาพระองค์ (Changing Guards) ซึ่งจะเริ่มประมาณ 11 โมง แต่ในบางเดือนจะมีแค่วันเว้นวัน อันนี้ต้อง check ใน internet จะเริ่มต้นด้วยขบวนพาเหรดของทหารจากหน่วยต่างๆ เดินขบวนเข้าไปในรั้วพระราชวัง พิธีจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้น ก้อแวะไปนั่งเล่นที่ Green Park ให้หายเมื่อย รับแสงแดด ก่อนเริ่มต้นเที่ยวที่ถัดไป
St. Paul Station: www.stpauls.co.uk เรื่มจากหน้ามหาวิหาร St. Paul’s Cathedral แล้วเดินข้าม Millennium Bridge มาทาง Bank Side เลี้ยวซ้ายเดินเรียบแม่น้ำ Themes ผ่าน HMs Belfast, London Bridge - มาจบที่ Tower of London และ Tower Bridge เดินเส้นนี้จะรู้สึกมีความสุข มีหลายที่ให้หยุดถ่ายรูป มีการแสดง และนิทรรศการอยู่ตามทางเดิน
Tottenham Court Station: www.britishmusem.org เดินทางออกจากสถานีตรงไปตามถนน Tottenham Court ผ่านหน้าโรงละคร เมื่อถึงสี่แยก เลี้ยวขวาเข้าถนนเกรตรัสเชลล์ (Great Russell Street) จากนั้นเดินตรง จนผ่านสี่แยกไฟแดงจะเจอ British Museum อยู่ทางด้านซ้าย ที่นี่มีผลงานด้านศิลปะและวัฒนธรรมมากมาย ทั้งกรีก, อียิปต์, โรมัน, จีน, อินเดีย และสมบัติอื่นๆ ที่ได้มาตอนที่อังกฤษล่าอาณานิคม
มีสถานที่อื่นๆที่อยากให้มาเยื่ยมชมเสน่ห์ ลอนดอน กันอีกสักหน่อย
South Kensington Station: Natural History Museum - Science Museum - Victoria and Albert Museum แนะนำให้มาพิพิธภัณฑ์ มาไม่อยาก เพียงแต่นั่ง tube มาลงที่สถานนี South Kensington ออกจากสถานีก็จะเจอพิพิธภัณฑ์ทั้งสามทันที คือ Natural History Museum, Science Museum และ Victoria and Albert Museum มาถึงที่นี่จะเจอเด็กเล็กๆ มากับผู้ปกครอง เป็นกิจกรรมในครอบครัวที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะทำให้เด็กๆ อยากเรียนรู้ ได้รับแรงบันดาลใจ และรู้จักความชอบของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก
Bank Station, Canary Wharf Station, Cutty Sark station: Bank Station เป็นแหล่งคนทำงานธนาคารและสถาบันการเงิน มาแถวนี้จะเห็นแต่คนแต่งสูท ผูกไท รายล้อมไปด้วยตึกที่มีสถาปัตยกรรมความสวยงาม แล้วนั่งรถไฟ DLR มาเที่ยวเมืองใหม่ทางด้านตะวันออกของลอนดอน Canary Wharf และ Greenwich
Canary Wharf เป็นเขตพื้นที่ใหม่ ได้รับการปรับปรุงจากเดิมที่เป็นโกดังและท่าเรือเก่าให้มาเป็นย่านธุรกิจการค้าที่ทันสมัย เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า โดยมีตึกคานาดา ซึ่งสูง 240 เมตร ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในลอนดอน อยู่ในย่านนี้ แล้วนั่งต่อไปอีกสถานี เพื่อมาที่ Royal Observatory Greenwich ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้เป็นเส้นแบ่งเขตเวลาระหว่างโลกตะวันออกและโลกตะวันตก
Stratford Station: Westfield - East London ช่วงที่มาเป็นช่วงเปิดห้าง Westfield ใหม่ทางด้านตะวันออกของลอนดอน เพื่อรองรับ Olympic ปีหน้า เป็นห้างที่ใหญ่เอาการ ถ้าเปรียบเทียบจะประมาณ Central World ที่กรุงเทพฯ คูณประมาณ 5 เท่าเห็นจะได้ เราตื่นเต้นเลยมาตั้งแต่วันแรกที่ห้างเปิด คนเยอะมาก Westfield ตะวันออกนี้ ร้านรวงอาจไม่หรูหราเป็น World’s brand เท่าด้านตะวันตก แต่น่าตื่นเต้นอลังการไม่น้อยเลยทีเดียว
มาลอนดอนครั้งนี้ค่อนข้างลงตัว มีเวลาให้กันจนหายคิดถึง อีกทั้งอากาศก็ดี ไม่ค่อยมีฝน และมีแสงแดดเกือบทุกวัน เลยเยื่ยมเยียนลอนดอนทุกมุมได้แบบไม่ต้องเร่งรีบ ได้ดูละครเวทีที่อยากดูในราคาที่ถูกกว่ากรุงเทพฯ สัมผัสชีวิตกลางคืนย่าน Soho แบบครบถ้วนกระบวนความ ออกกินอาหารย่าน China Town ทั้งกลางวัน กลางคืน นั่งทำงานร้าน Cafe’ เก๋ๆ เดิน Shopping ทั้งในลอนดอน และไป Bicester Village outlet - Oxfordshire มีเวลาทำอาหารกินเองในบ้านในวันที่ฝนตก เมื่อยล้า และอยากพักผ่อน
ลอนดอนเป็นเมืองที่ไม่มีวันหลับ ทั้งกลางวัน กลางคืน มีเสน่ห์ มีสีสันของความเก่า ความใหม่ ศาสตร์ และศิลป์ ปนอยู่กับวัฒนธรรมการใช้ชีวิต เดี๋ยวนี้ค่าครองชีพในลอนดอนก็ไม่แพงเท่าเมื่อก่อน อาจเป็นเพราะ ผู้ผลิตรายใหญ่มี economic of scale มากขึ้น ทำให้ผลิตของออกมามีราคาที่สมเหตุสมผล และอยู่ในคุณภาพที่ดี ที่เห็นได้ชัดคือ แผนกอาหารสดของ M&S และ Tesco Supermarket ที่เปิดตลอด 24 ชม.
ถ้าใครยังไม่เคยสัมผัสลอนดอน แนะนำให้มาสักครั้ง ซัก 7-10 วันในช่วงฤดูร้อน สิงหาคม - กันยายน ซึ่งเดี๋ยวนี้สามารถหาตั๋วเครื่องบินราคาดีได้หลากหลาย รับประกันว่าท่านจะได้พลังชีวิตและความสดใสกลับไปอย่างมากมาย ;)
Rrin Rrin
FB: Rrin Rrin IG : rrinrrinlee
See more on photo albums www.homeiam.com/photo_detail.php?t_id=1109000001 : London, i'm in love www.homeiam.com/photo_detail.php?t_id=1109000002 : They're so London www.homeiam.com/photo_detail.php?t_id=1109000003 : London, What's more
|